Read More

8 วิวัฒนาการ Toyota Hilux จากความคลาสสิคหรูหรา สู่ความก้าวหน้าล้ำสมัย

กว่า 50 ปี ที่โตโยต้าได้ครองใจตลาดรถในเมืองไทยมาอย่างยาวนานอย่าง Toyota Hilux ที่คำว่า Hilux นั้นย่อมาจาก Highly-Luxurious หรือสุดยอดแห่งความหรูหรา ซึ่งโตโยต้าก็เป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ยานยนต์ในเมืองไทยตลอด 50 ปีที่ผ่านมา ซึ่งวันนี้โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่จะพามาย้อนรอยดู 8 เจนเนอเรชั่น Toyota Hilux จากอดีตจนถึงปัจจุบัน

Toyota Hilux

8 วิวัฒนาการ Toyota Hilux จากความคลาสสิคหรูหรา สู่ความก้าวหน้าล้ำสมัย

Generation 1 Toyota Hilux N10 ปี 1968 – 1972

toyota hilux  มาเริ่มต้นกันที่ Generation 1 Toyota Hilux N10 โตโยต้าผลิตรถกระบะฐานสั้นโดยใช้ชื่อว่า Toyota Hilux โดยใช้รหัสตัวถังว่า RN10 เป็นกระบะ 2 ประตู เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 77 แรงม้า เกียร์ธรรมดา 4 สปีด ผลิตจากโรงงานในโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นของ Hino ซึ่งถูกเคลมว่าสามารถวิ่งได้ถึง 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

Generation 2 Toyota Hilux N20, N25 ปี 1972–1978

Toyota Hilux N50หลังจากนั้นปี 1972 โตโยต้าได้ปรับโฉมกระบะ Hilux ของตัวเองใหม่จากกระบะฐานสั้นมาเป็นกระบะฐานยาว แต่ยังคงใช้โรงงานผลิต Hino ส่วนเครื่องยนต์ใช้เป็นรหัส 12R เบนซิน 1.6 ลิตร 83 แรงม้าที่ใช้ในรุ่นแรกได้เปลี่ยนเป็น เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 121 แรงม้า 18R และเพิ่มเกียร์ 3 สปีดเข้ามา และที่สำคัญมีวางขายในประเทศไทยทั้งกระบะฐานสั้นและฐานยาว แต่มีเพียงเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร เกียร์ธรรมดา 4 สปีดอย่างเดียว

Generation 3  Toyota Hilux N30, N40 ปี 1978–1983

Toyota Hilux N50ผ่านไป 6 ปี Toyota Hilux มีการปรับโฉมใหม่ จากหน้าตาเหลี่ยมๆ เปลี่ยนให้มีความโค้งมนมากขึ้น และเป็นโฉมที่เริ่มมีรุ่น 4 ประตูและเพิ่มระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแต่ถูกหยุดการผลิตไป และผลิตเฉพาะรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ เท่านั้น หลังจากนั้นปี 1979 ได้มีการเพิ่มเครื่องยนต์ดีเซลเข้ามาใช้ในรุ่นที่เป็นขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งในประเทศไทยจะเรียกโฉมนี้ว่า “ม้ากระโดด” และช่วงหลังจะเรียกโฉมนี้ว่า “กรุง ศรีวิไล” ซึ่งเป็นชื่อที่ได้มาจากการที่กรุงศีวิไลมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้นั้นเอง

Generation 4 Toyota Hilux N50, N60, N70 ปี 1983–1988

 และมาถึงปี 1983 โตโยต้าเพิ่มตัวเลือกให้ลูกค้าแบบใหม่ โดยการนำห้องโดยสารแบบ Xtracab เพิ่มเข้ามามาเพื่อเพิ่มพื้นที่ห้องโดยสารหลังคนขับ โดยช่วงแรกมีการใช้เครื่องยนต์ 22R เบนซิน 2.4 ลิตร 97 แรงม้า ก่อนที่จะเพิ่มเครื่องยนต์หัวฉีด 22R-E 2.4 ลิตร 105 แรงม้าเข้ามาเพิ่มในปี 1984 นอกจากเครื่องยนต์เบนซินแล้ว ก็ยังมีเครื่องยนต์ที่บ้านเราคุ้นเคยอย่าง 2L 2.5 ลิตร 83 แรงม้า และ  2L-T 2.5 ลิตรเทอร์โบ 93 แรงม้าเข้ามาเป็นตัวเลือกให้อีกด้วย และในประเทศไทยเรียกโฉมน้ีว่า “เฮอคิวลิส” หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ Toyota Hilux Hero

Generation 5 Toyota Hilux N80, N90, N100, N110 ปี 1988–1997

มาต่อกันที่ Toyota Hilux โฉมที่เรียกได้ว่าเป็นที่นิยมในประเทศไทยไม่แพ้รุ่นอื่นๆ ที่ทางโตโยต้าได้ปรับให้มีตัวถึงยาวขึ้น ทำให้ห้องโดยสารแบบ Xtracab ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ซึ่งโฉมนี้ในประเทศไทยคือ Toyota Hilux Mighty-X ที่สามารถทำยอดขายได้อย่างถล่มทลาย ด้วยตัวรูปร่างที่โดนใจวัยรุ่นในสมัยนั้นอย่างยิ่ง และที่สำคัญโฉมนี้ได้ทำการผลิตโรงงานโตโยต้าในประเทศไทยที่โรงงามสำโรงใต้อีกด้วย

Generation 6 Toyota Hilux N140, N150, N160, N170 ปี 1997–2005

สำหรับรถโตโยต้าโฉมนี้ เป็นโฉมที่โรงงานโตโยต้าในประเทศไทยมีบทบาทในตลาดโลกมากยิ่งขึ้น ด้วยการที่ส่งออกไปประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยเรียกรุ่นนี้ว่า Toyota Hilux Tiger เริ่มผลิตตั้งแต่ปี 1998 ใช้เครื่องยนต์หลักเป็น 5L ดีเซล 3.0 ลิตร,  5L-E 3.0 ลิตร,  1KZ ดีเซล 3.0 ลิตร ก่อนที่ช่วงหลังจะเริ่มนำระบบ Direct Injection-DOHC-16 Value-Turbo-Common rail ดีเซล 2.5 ลิตรเทอร์โบเข้ามาใช้เป็นครั้งแรก ถือเป็นเจ้าแรกๆที่ใช้ระบบหัวฉีดแบบราง

Generation 7 Toyota Hilux AN10, AN20, AN30 ปี 2004–2015

toyota hiluxหากจะกล่าวว่าโตโยต้าในโฉมนี้่เป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดก็คงไม่ผิด เพราะโฉมนี้อยู่ยาวนานต่อเนื่องถึง 11 ปี ภายใต้ชื่อ Toyota Hilux Vigo หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อวีโก้ ที่ใช้ฐานการผลิตในประเทศไทยเป็นฐานผลิตหลักและส่งไปขายทั่วโลก และมีให้เลือกทั้งรุ่น กระบะ 2 ประตู, 4 ประตู, Xtracab, ขับเคลื่อน 2 ล้อ ขับเคลื่อน 4 ล้อ กระบะขับ 2 ยกสูง และเป็นโฉมที่ใช้ประตูแบบ Smartcab ที่ฝาแคบสามารถเปิดออกได้  

Generation 8 Toyota Hilux AN120, AN130 ปี 2015 – ปัจจุบัน

toyota hiluxปิดท้ายกันที่ Toyota Hilux Revo เป็นรุ่นที่ปรับโฉมใหม่ให้ทันสมัยและถูกใจวัยรุ่นขึ้น เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี 2015 มีการนำไฟ Daytime Running Light เข้ามาเพิ่ม เครื่องยนต์ในประเทศไทยมีให้เลือกทั้ง 1GD-FTV (High) ดีเซล 2.8 ลิตร, 2GD-FTV ดีเซล 2.4 ลิตร และ 2TR-FE เบนซิน 2.7 ลิตร แต่สำหรับตลาดอื่นๆแล้ว ยังมีเครื่อง 1TR-FEเบนซิน 2.0 ลิตร, 1GR-FE V6 เบนซิน 4.0 ลิตร, 2KD-FTV ดีเซล 2.5 ลิตร,  1KD-FTV ดีเซล 3.0 ลิตร และ  5L-E ดีเซล 3.0 ลิตร จำหน่ายในประเทศต่างๆที่แตกต่างกันไปอีกด้วย

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ Toyota Hilux ที่ผ่านมาในช่วง 50 ปี ที่วันนี้โตโยต้านครพิงค์เอามาฝากเพื่อนๆ ซึ่งเป็นอีกความก้าวหน้าทางด้านนวัตกรรมยานยนต์ซึ่งโตโยต้าไม่เคยหยุดคิด และพัฒนา ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของคนไทยที่กลายเป็นศูนย์กลางการผลิดรถยนต์ระดับโลก

สนใจรถ Toyota Hilux Revo คลิ๊ก : 

ดูรถโตโยต้าทุกรุ่นคลิ๊ก >> www.toyotanakornping.com