Read More
Print

ไฟ Day Time Running Light นอกจากความเท่ ยังมีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด

แนวความคิดการติดตั้งไฟ Day Time Running Light  เริ่มขึ้นจากบรรดารถยุโรป มาตั้งแต่ช่วงปี 1990 เมื่อมีการค้นพบว่า การเปิดไฟหน้าขับขี่ในเวลากลางวัน สามารถช่วยลดอุบัติเหตุได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในประเทศที่มีอากาศขมุกขมัว และทัศนวิสัยการขับขี่ย่ำแย่ ที่นอกจากการช่วยลดอุบัติเหตุแล้ว ยังเป็นเทรนด์สมัยใหม่ที่ต้องมีติดรถอีกด้วย

ไฟ Day Time Running Light นอกจากความเท่ ยังมีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด

ในยุคแรกๆ ไฟ   DRL (Day Time running Light)  ใช้สัญญาณไฟหน้าในตำแหน่งไฟต่ำ และด้วยการเป็นที่สังเกตชัดเจนทำให้มีการขยายผลจากรถยนต์ไปสู่รถมอเตอร์ไซค์ จนกลายเป็นที่มาของการเปิดไฟหน้าขับมอเตอร์ไซค์ ทั่วโลก เนื่องจะเป็นจุดสังเกตต่อรถยนต์มากขึ้น

ไฟ Day Time Running Light 

แต่เนื่องจากหลอดไฟหน้าฮาโลเจนมีอายุการใช้งานที่จำกัด และค่อนข้างขาดได้ง่าย  เมื่อใช้งานต่อเนื่องนานๆ  จึงเริ่มมีการคิดค้นไฟที่ออกแบบมาใช้ใช้ส่องสว่างเพื่อเป็นที่สังเกต และ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เพื่อการส่องสว่างเพิ่มทัศนวิสัย

ไฟ Day Time Running Light

ในปี 2008 มีความกังขาเกิดขึ้นในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ ว่าไฟ  DRL   ให้ความปลอดภัยมากขึ้นจริงหรือไม่  รายงานการวิจัยจาก   NHTSA   หน่วยงานความปลอดภัยทางถนนในอเมริกาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการถกเถียงกันในหมู่รัฐบาลถึงความเหมาะสมการติดตั้งไฟ  DRL   ในรถยนต์อเมริกา

จากผลการศึกษาดังกล่าวชี้ว่า การติดตั้งไฟ DRL   ไม่ได้ช้วยลดอุบัติเหตุอย่างมีนัยยะสำคัญ หากช่วยเพิ่มการเป็นจุดสังเกตของผู้ขับขี่รายอื่นบนถนน ในกรณีรถสีขาว ซึ่งอาจจะมีการสะท้อนแดดในเวลากลางวัน ไฟ  DRL   ช่วยให้เป็นที่สังเกตได้ดี

คุณลักษณะของไฟ DRL ว่าด้วยมาตรฐานความปลอดภัย UNECE Reg 87 และ 48 กล่าวโดยสรุป คือ จะต้องมีความสว่างจนสามารถเห็นได้ชัดเจนในเวลากลางวัน และจะต้องหรี่หรือดับลงอัตโนมัติเมื่อเปิดไฟหรี่หรือไฟหน้ารถ หาก DRL ถูกติดตั้งไว้ใกล้กับสัญญาณไฟเลี้ยว จะต้องมีการหรี่หรือดับ DRL ข้างที่เหมาะสมโดยอัตโนมัติเมื่อยกก้านไฟเลี้ยว เพื่อป้องกันการรบกวนทำให้ผู้ใช้ถนนไม่สามารถเห็นไฟเลี้ยวได้อย่างชัดเจน เป็นต้น

ไฟ Day Time Running Light

     ซึ่งคุณลักษณะเหล่านี้ จะช่วยให้ผู้ใช้ถนนคันอื่นสามารถเห็นรถที่ติดตั้ง DRL ได้อย่างชัดเจนขึ้นแม้ในเวลากลางวัน ช่วยให้สามารถกะระยะห่างและความเร็วที่แล่นมาของรถได้ดียิ่งขึ้น คล้ายกับกฎหมายที่มีการบังคับรถมอเตอร์ไซค์ให้เปิดไฟหน้ารถไว้ตลอดเวลาขณะขับขี่นั่นเอง ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ผู้ผลิตรถยนต์ในบ้านเราหันมาให้ความสนใจกับฟังก์ชั่นที่ว่านี้กันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ไฟ Day Time Running Light

แต่ก็ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Daytime Running Light ของผู้ใช้รถ

1.ต้องเป็นไฟสีขาวเสมอ
ไฟ DRL ที่พบเห็นส่วนใหญ่ในปัจจุบันมักเป็นแบบ LED ที่ให้แสงสีขาว สวยงาม สะดุดตา ซึ่งไม่ได้หมายความว่าไฟ DRL จะต้องเป็นแบบแอลอีดีเสมอไป รถบางรุ่นยังคงใช้หลอดแบบฮาโลเจนที่ให้แสงสีขาวนวลอมเหลือง ซึ่งก็สามารถใช้ได้เช่นกันหากให้ความสว่างเพียงพอ

2.กินแบตโดยใช่เหตุ
จริงอยู่ที่ถ้ารถมีอุปกรณ์ไฟฟ้ามากขึ้น ก็จะส่งผลให้กินแบตมากขึ้นตามไปด้วย แต่สำหรับไฟ DRL นั้นถือว่ากินแบตน้อยมาก โดยเฉพาะรุ่นที่เป็นแบบ LED แต่ถ้าเป็นหลอดแบบฮาโลเจนก็ใช้พลังงานไม่ต่างไปจากหลอดไฟเบรก (แบบไส้) เลย ดังนั้น จึงตัดกังวลไปได้เลยว่าเปิดไฟเดย์ไลท์แล้วจะทำให้เปลืองแบตรถเปล่าๆ

3.ไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไร
อย่างที่บอกไปว่า DRL ถูกกำเนิดขึ้นด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยเป็นหลัก ดังนั้น การที่เปิดไฟ DRL ทิ้งไว้ จะทำให้รถคันอื่นสามารถสังเกตเห็นรถของคุณได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ในกรณีที่คุณขับรถเร็วอยู่ในช่องทางขวา หากมีรถกำลังจะแซงมาจากเลนซ้าย เขาก็จะสามารถคาดคะเนความเร็วของรถคุณได้ดีขึ้นด้วย เป็นต้น

4.สว่างไม่ต้องมากก็ได้
ถ้าเป็นไฟ DRL ที่ติดตั้งมาจากโรงงานผู้ผลิต พวกนี้จะมีความสว่างในระดับมาตรฐานอยู่แล้ว แต่รถบางรุ่นที่ไม่ได้ติดตั้งมาให้ เจ้าของอาจนำไปติดตั้งเองจากร้านอุปกรณ์ประดับยนต์ ซึ่งถ้าเลือกซื้อแบบราคาถูกจากจีนหรือไต้หวัน ไฟ DRL พวกนี้ก็มักไม่สว่างเพียงพอต่อการใช้ประโยชน์จริง เน้นติดเอาแฟชั่นเสียมากกว่า ยิ่งถ้าใช้สีอื่นนอกเหนือไปจากสีขาวหรือสีขาวอมเหลืองแล้วละก็ ยังถือว่าผิดกฎหมายอีกด้วย

5.ใช้แทนไฟหน้ายามค่ำคืนได้
รถยนต์บางรุ่นถูกออกแบบไฟ DRL มาอย่างสวยงาม จนทำให้เจ้าของรถบางคนใช้วิ่งยามค่ำคืนโดยไม่เปิดไฟหน้า เพราะต้องการความโดดเด่น แต่รู้ไหมว่านี่ถือเป็นพฤติกรรมที่อันตรายต่อผู้ร่วมทางมาก เพราะไฟเดย์ไลท์จะมีความสว่างมากในเวลากลางคืน เนื่องจากลำแสงจะถูกตั้งให้ส่องไปด้านหน้าเพื่อให้เห็นได้ชัดเจนขณะวิ่งกลางวัน ทำให้แยงสายตาผู้ขับขี่คนอื่นๆในเวลากลางคืน รวมถึงไฟตำแหน่งต่างๆ เช่น ไฟท้าย ไฟส่องทะเบียน ฯลฯ ก็จะไม่สว่างขึ้นมา เสี่ยงต่อการโดนชนท้ายอีกต่างหาก

เป็นอย่างไรกันบ้างกับประโยชน์ของไฟ Day Time Running Light มาฝากเพื่อนๆ ที่นอกจากความเท่ตามสมัยนิยมแล้ว ยังมีประโยชน์ในการช่วยลดอุบัติเหตุอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้จะมีไฟหน้าแบบ Day Time Running Light แต่ทุกคนขับรถด้วยความประมาท ก็ไม่สามารถป้องกันอุบัติเหตุใดใดได้