Read More
Print

เช็คด่วน! 8 จุดที่ควรเช็ครถก่อนเดินทางไกล สบายใจทั้งคนขับและเพื่อนร่วมทาง

หลายๆ คนอาจมองข้ามการตรวจเช็ครถก่อนเดินทางไกล หรือการเดินทางในชีวิตประจำวัน เพราะบางครั้งอาจเกิดจากความเคยชินที่ต้องใช้รถทุกวัน และปัญหาเล็กๆ น้อยที่บางคนกำลังมองข้ามหรือบางครั้งไม่ได้สังเกตเลย และปัญหาจุกจิกเกี่ยวกับรถอาจทำให้ลามเป็นปัญหาใหญ่ วันนี้โตโยต้านครพิงค์เลยเอาสาระน่ารู้ว่าฝากกับ 8 จุดที่ควรเช็ครถก่อนเดินทางไกล สบายใจทั้งคนขับและเพื่อนร่วมทาง

เช็คด่วน! 8 จุดที่ควรเช็ครถก่อนเดินทางไกล สบายใจทั้งคนขับและเพื่อนร่วมทาง

เช็คสภาพรถก่อนเดินทาง

1.แบตเตอรี่ 

แบตเตอรี่เปรียบเสมือนหัวในของรถคู่ใจของเรา เพราะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการสตาร์ทรถยนต์ ดังนั้นเราควรตรวนจสภาพแบตเตอรี่ว่ามีสภาพที่สมบูรณ์หรือไม่ และหมั่นตรวจเช็คทำความสะอาดขี้เกลือที่ขั้วแบต อีกทั้งยังต้องเข็คระดับน้ำกลั่นให้อยู่ในระดับที่รถแต่ละคันกำหนดอีกด้วย และที่ขาดไม่ได้หมั่นตรจเช็คความแน่นของคั่วแบตเตอรี่และฉนวนหุ้มสายไฟ เท่านี้ก็หมดปัญหาเรื่องแบตเตอรี่แล้ว

2.เช็คระบบไฟ

ระบบไฟเป็นอีกหนึ่งส่วนสำค๊ญที่เป็นส่วนในการช่วยลดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นกับเราได้ ดังนั้นก่อนออกเดินทางควรเช็ค ไฟหน้า ไฟเลี้ยว ไฟท้าย ไฟตัดหมอก และไฟฉุกเฉิน ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มากที่สุด 

3.ล้อรถและยางรถ

เราจะไม่สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายถ้าหากยางรถและล้อรถของเรามีปัญหา ดังนั้นก่อนออกเดินทางควรตรวจเช็คสภาพยางรถและล้อรถให้ดี เพื่อให้พร้อมต่อการใช้งาน ไม่รั่ว ไม่ซึม ไม่มีลายแตก และยังมีดอกยางที่เพียงพอ และในส่วนของล้อรถต้องไม่เบี้ยว ไม่คด และที่สำคัญอย่าลืมเช็คน็อตที่ล้อรถ เพราะทั้งหมดที่กล่าวมานี่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุที่นำมาซึ่งการสูญเสีย ทั้งเวลา และทรัพย์สินได้ 

4.ที่ปัดน้ำฝน

ถ้าหากยางปัดน้ำฝนหรือระบบปัดน้ำฝนของรถเราเสียหาย คงไม่ดีแน่ถ้าเกิดฝนตกในขณะที่เรากำลังขับขี่รถอยู่ดังนั้น ก่อนออกเดินทางหมั่นเช็คระบบปัดน้ำฝนว่ายังทำงานปกติอยู่หรือไม่ และอย่าลืมที่จะเติมน้ำสำหรับทำความสะอาดกระจกรถด้วยนะ

5.เช็คช่วงล่าง 

การเช็คช่วงล่างเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่จะทำให้การขับขี่รถของเรานั้นสมูทและเรียบง่าย ดังนั้นการเช็คช่วงล่างสามารถตรวจเช็คด้วยการขับรถบนพื้นถนนเรียบและเป็นทางตรง โดยให้สังเกตที่พวงมาลัยรถของเราว่านิ่งและตรงหรือไม่ หากพวงมาลัยไม่ตรงควรนำรถเข้าศูนย์เพื่อไปตั้งใหม่ หลังจากนั้นควรเช็คลูกหมากไม่ให้มีเสียงกุกกัง และโช้คว่ามีคราบน้ำมันออกมาหรือไม่ถ้าหากมีควรรีบนำรถของเราเข้าศูนย์โดยด่วน

6.ระบบเบรกและน้ำมันเบรก

อีกหนึ่งระบบที่สำคัญนั้นคือระบบเบรก ระบบเบรกเป็นอีกหนึ่งระบบที่ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบให้ เพราะภายในระบบเบรกมีการทำงานที่ค่อนข้างซับซ้อนทั้งเรื่องของน้ำมันเบรก และผ้าเบรก ดังนั้นหากระบบเบรกมีปัญหาไม่ควรซ่อมด้วยตัวเอง และควรนำรถเข้าศูนย์เพื่อให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจเช็คให้

7.น้ำมันเครื่อง

น้ำมันเครื่องถือเป็นสิ่งจำเป็นต่อกลไกต่างๆ ในเครื่องยนต์ และประสิทธิภาพของเครื่องวยนต์ที่ดีนั้นจะต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามที่คู่มือการใช้งานกำหนด ระดับน้ำมันเครื่องจะต้องอยู่ในระดับที่เหมาะสม

8.เช็คหม้อน้ำและระบบหล่อเย็น 

ระบบระบายความร้อยนเป็นหัวใจหลักของเครื่องยนต์เช่นกัน เพราะด้วยความร้อนที่สะสมขณะที่เครื่องยนต์กำลังทำงานอาจทำให้เครื่องยน์ของเราน็อคได้ ดังนั้นควรเช็คกำทำงานของพัดลมหม้อน้ำ มอเตอร์ ตรวจสอบรอยรั่วของหม้อน้ำ ท่อยาง เพื่อไม่ให้มีการรั่วไหล หากพบปัญหาเหล่านี้ควรแก้ไขโดยด่วน

เป็นอย่างไรกันบ้างกับวิธีเช็คสภาพรถก่อนออกเดินทางที่วันนี้ โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ เอามาฝากเพื่อนๆ ทุกคน หวังว่าการเดินทางในช่วงหน้าหนาวที่จะถึงนี้ทุกคนจะปฏิบัติตาม เพื่อความปลอดภัยทั้งตัวเราเองและเพื่อนร่วมทาง และที่สำคัญ โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ มีศูนย์บริการเช็คสภาพรถโดยช่างผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านมาตรฐานสากล ที่พร้อมดูแลคุณให้มีความสุขทุกการเดินทาง