Read More
Print

พาส่อง YARIS GUST Limited Edition สวย เท่! มีที่โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ เท่านั้น!!

วันนี้เราจะพามาส่อง YARIS GUST Limited Edition โตโยต้ายาริสรุ่นพิเศษที่ทางโตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ ที่เดียวเท่านั้น! พิเศษไปกับชุดแต่งสปอร์ตสุดเท่ ที่สายซิ่งต้องถูกใจอย่างแน่นอน และที่สำคัญดีไซน์สวย เท่ สปอร์ตลงตัว ขับไปที่ไหนใครๆ ก็ต้องเหลี่ยวมอง 

พาส่อง YARIS GUST Limited Edition สวย เท่! มีที่โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ เท่านั้น!!

วันนี้เราจะพามาส่อง YARIS GUST Limited Edition โตโยต้ายาริสรุ่นพิเศษที่ทาง โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ ที่เดียวเท่านั้น! พิเศษไปกับชุดแต่งสปอร์ตสุดเท่ ที่สายซิ่งต้องถูกใจอย่างแน่นอน และที่สำคัญดีไซน์สวย เท่ สปอร์ตลงตัว ขับไปที่ไหนใครๆ ก็ต้องเหลี่ยวมอง 

ชุดแต่ง  YARIS 𝙂𝙐𝙎𝙏 Limited Edition ประกอบด้วย

สเกิร์ตรอบคัน

พิเศษกับชุดแต่งจาก FORTEZZA ที่มาพร้อมกับความเท่ ตามสไตล์สายสปอร์ต และที่พิเศษกว่านั้นก็คือ ชุดแต่ง FORTEZZA ที่ติดแบบไม่ต้องเจาะตัวรถ เรียกได้ว่าไม่ต้องเป็นห่วงกลัวว่ารถจะเป็นลอยหรือเป็นรูเลยทีเดียว

yaris gust

สติ๊กเกอร์ตกแต่งด้านข้างและบนไฟหน้า

ล้ำสมัย โฉบเฉี่ยวขึ้นด้วย สติ๊กเกอร์ สีดำแดง เพิ่มความสปอร์ตเหนือระดับ โดดเด่นและไม่เหมือนใคร

yaris gust

yaris gust

สปอยเลอร์หลังคา

เพิ่มความสปอร์ตไปอีกขั้นด้วย สปอยเลอร์ บนหลังคา ที่ไม่ได้มีดีแค่ความเท่เท่านั้น แต่ยังช่วยให้การขับขี่สนุกและเร้าใจมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

yaris gust

*ราคาเงินผ่อนที่เพิ่ม 215 บาท/เดือน (ราคานี้ไม่รวมล้อแม็ก) คำนวณจากโปรแกรมเช่าซื้อปกติ YARIS ระยะเวลา 84 เดือน

  • ส่วนลดและของแถมครบครันจัดเต็ม!
  • สามารถแต่งเพิ่มได้
  • พร้อมให้คำปรึกษารถดัดแปลงทุกรูปแบบและสินเชื่อไฟแนนซ์ครบวงจร

โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ ทุกสาขา

โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ สำนักงานใหญ่ โทร 053 999 888 

โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ สาขาสันทราย โทร 053 999 666

โตโยต้า นครพิงค์ เชียงใหม่ สาขาลำพูน โทร 052 030 999

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ Toyota Yaris Gust รุ่นพิเศษจาก โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ ที่จับมือออกแบบกับชุดแต่ง Fortezza ที่เท่และทันสมัยสุดๆ ใครที่กำลังวางแพลนออกรถคันแรกอยู่ บอกเลยว่า Toyota Yaris Gust รุ่นพิเศษจาก โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจ 

Read More

8 วิวัฒนาการ Toyota Hilux จากความคลาสสิคหรูหรา สู่ความก้าวหน้าล้ำสมัย

กว่า 50 ปี ที่โตโยต้าได้ครองใจตลาดรถในเมืองไทยมาอย่างยาวนานอย่าง Toyota Hilux ที่คำว่า Hilux นั้นย่อมาจาก Highly-Luxurious หรือสุดยอดแห่งความหรูหรา ซึ่งโตโยต้าก็เป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ยานยนต์ในเมืองไทยตลอด 50 ปีที่ผ่านมา ซึ่งวันนี้โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่จะพามาย้อนรอยดู 8 เจนเนอเรชั่น Toyota Hilux จากอดีตจนถึงปัจจุบัน

Toyota Hilux

8 วิวัฒนาการ Toyota Hilux จากความคลาสสิคหรูหรา สู่ความก้าวหน้าล้ำสมัย

Generation 1 Toyota Hilux N10 ปี 1968 – 1972

toyota hilux  มาเริ่มต้นกันที่ Generation 1 Toyota Hilux N10 โตโยต้าผลิตรถกระบะฐานสั้นโดยใช้ชื่อว่า Toyota Hilux โดยใช้รหัสตัวถังว่า RN10 เป็นกระบะ 2 ประตู เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 77 แรงม้า เกียร์ธรรมดา 4 สปีด ผลิตจากโรงงานในโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นของ Hino ซึ่งถูกเคลมว่าสามารถวิ่งได้ถึง 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

Generation 2 Toyota Hilux N20, N25 ปี 1972–1978

Toyota Hilux N50หลังจากนั้นปี 1972 โตโยต้าได้ปรับโฉมกระบะ Hilux ของตัวเองใหม่จากกระบะฐานสั้นมาเป็นกระบะฐานยาว แต่ยังคงใช้โรงงานผลิต Hino ส่วนเครื่องยนต์ใช้เป็นรหัส 12R เบนซิน 1.6 ลิตร 83 แรงม้าที่ใช้ในรุ่นแรกได้เปลี่ยนเป็น เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 121 แรงม้า 18R และเพิ่มเกียร์ 3 สปีดเข้ามา และที่สำคัญมีวางขายในประเทศไทยทั้งกระบะฐานสั้นและฐานยาว แต่มีเพียงเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร เกียร์ธรรมดา 4 สปีดอย่างเดียว

Generation 3  Toyota Hilux N30, N40 ปี 1978–1983

Toyota Hilux N50ผ่านไป 6 ปี Toyota Hilux มีการปรับโฉมใหม่ จากหน้าตาเหลี่ยมๆ เปลี่ยนให้มีความโค้งมนมากขึ้น และเป็นโฉมที่เริ่มมีรุ่น 4 ประตูและเพิ่มระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแต่ถูกหยุดการผลิตไป และผลิตเฉพาะรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ เท่านั้น หลังจากนั้นปี 1979 ได้มีการเพิ่มเครื่องยนต์ดีเซลเข้ามาใช้ในรุ่นที่เป็นขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งในประเทศไทยจะเรียกโฉมนี้ว่า “ม้ากระโดด” และช่วงหลังจะเรียกโฉมนี้ว่า “กรุง ศรีวิไล” ซึ่งเป็นชื่อที่ได้มาจากการที่กรุงศีวิไลมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้นั้นเอง

Generation 4 Toyota Hilux N50, N60, N70 ปี 1983–1988

 และมาถึงปี 1983 โตโยต้าเพิ่มตัวเลือกให้ลูกค้าแบบใหม่ โดยการนำห้องโดยสารแบบ Xtracab เพิ่มเข้ามามาเพื่อเพิ่มพื้นที่ห้องโดยสารหลังคนขับ โดยช่วงแรกมีการใช้เครื่องยนต์ 22R เบนซิน 2.4 ลิตร 97 แรงม้า ก่อนที่จะเพิ่มเครื่องยนต์หัวฉีด 22R-E 2.4 ลิตร 105 แรงม้าเข้ามาเพิ่มในปี 1984 นอกจากเครื่องยนต์เบนซินแล้ว ก็ยังมีเครื่องยนต์ที่บ้านเราคุ้นเคยอย่าง 2L 2.5 ลิตร 83 แรงม้า และ  2L-T 2.5 ลิตรเทอร์โบ 93 แรงม้าเข้ามาเป็นตัวเลือกให้อีกด้วย และในประเทศไทยเรียกโฉมน้ีว่า “เฮอคิวลิส” หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ Toyota Hilux Hero

Generation 5 Toyota Hilux N80, N90, N100, N110 ปี 1988–1997

มาต่อกันที่ Toyota Hilux โฉมที่เรียกได้ว่าเป็นที่นิยมในประเทศไทยไม่แพ้รุ่นอื่นๆ ที่ทางโตโยต้าได้ปรับให้มีตัวถึงยาวขึ้น ทำให้ห้องโดยสารแบบ Xtracab ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ซึ่งโฉมนี้ในประเทศไทยคือ Toyota Hilux Mighty-X ที่สามารถทำยอดขายได้อย่างถล่มทลาย ด้วยตัวรูปร่างที่โดนใจวัยรุ่นในสมัยนั้นอย่างยิ่ง และที่สำคัญโฉมนี้ได้ทำการผลิตโรงงานโตโยต้าในประเทศไทยที่โรงงามสำโรงใต้อีกด้วย

Generation 6 Toyota Hilux N140, N150, N160, N170 ปี 1997–2005

สำหรับรถโตโยต้าโฉมนี้ เป็นโฉมที่โรงงานโตโยต้าในประเทศไทยมีบทบาทในตลาดโลกมากยิ่งขึ้น ด้วยการที่ส่งออกไปประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยเรียกรุ่นนี้ว่า Toyota Hilux Tiger เริ่มผลิตตั้งแต่ปี 1998 ใช้เครื่องยนต์หลักเป็น 5L ดีเซล 3.0 ลิตร,  5L-E 3.0 ลิตร,  1KZ ดีเซล 3.0 ลิตร ก่อนที่ช่วงหลังจะเริ่มนำระบบ Direct Injection-DOHC-16 Value-Turbo-Common rail ดีเซล 2.5 ลิตรเทอร์โบเข้ามาใช้เป็นครั้งแรก ถือเป็นเจ้าแรกๆที่ใช้ระบบหัวฉีดแบบราง

Generation 7 Toyota Hilux AN10, AN20, AN30 ปี 2004–2015

toyota hiluxหากจะกล่าวว่าโตโยต้าในโฉมนี้่เป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดก็คงไม่ผิด เพราะโฉมนี้อยู่ยาวนานต่อเนื่องถึง 11 ปี ภายใต้ชื่อ Toyota Hilux Vigo หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อวีโก้ ที่ใช้ฐานการผลิตในประเทศไทยเป็นฐานผลิตหลักและส่งไปขายทั่วโลก และมีให้เลือกทั้งรุ่น กระบะ 2 ประตู, 4 ประตู, Xtracab, ขับเคลื่อน 2 ล้อ ขับเคลื่อน 4 ล้อ กระบะขับ 2 ยกสูง และเป็นโฉมที่ใช้ประตูแบบ Smartcab ที่ฝาแคบสามารถเปิดออกได้  

Generation 8 Toyota Hilux AN120, AN130 ปี 2015 – ปัจจุบัน

toyota hiluxปิดท้ายกันที่ Toyota Hilux Revo เป็นรุ่นที่ปรับโฉมใหม่ให้ทันสมัยและถูกใจวัยรุ่นขึ้น เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี 2015 มีการนำไฟ Daytime Running Light เข้ามาเพิ่ม เครื่องยนต์ในประเทศไทยมีให้เลือกทั้ง 1GD-FTV (High) ดีเซล 2.8 ลิตร, 2GD-FTV ดีเซล 2.4 ลิตร และ 2TR-FE เบนซิน 2.7 ลิตร แต่สำหรับตลาดอื่นๆแล้ว ยังมีเครื่อง 1TR-FEเบนซิน 2.0 ลิตร, 1GR-FE V6 เบนซิน 4.0 ลิตร, 2KD-FTV ดีเซล 2.5 ลิตร,  1KD-FTV ดีเซล 3.0 ลิตร และ  5L-E ดีเซล 3.0 ลิตร จำหน่ายในประเทศต่างๆที่แตกต่างกันไปอีกด้วย

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ Toyota Hilux ที่ผ่านมาในช่วง 50 ปี ที่วันนี้โตโยต้านครพิงค์เอามาฝากเพื่อนๆ ซึ่งเป็นอีกความก้าวหน้าทางด้านนวัตกรรมยานยนต์ซึ่งโตโยต้าไม่เคยหยุดคิด และพัฒนา ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของคนไทยที่กลายเป็นศูนย์กลางการผลิดรถยนต์ระดับโลก

สนใจรถ Toyota Hilux Revo คลิ๊ก : 

ดูรถโตโยต้าทุกรุ่นคลิ๊ก >> www.toyotanakornping.com