Read More
Print

เปิดตัว New Fortuner Leader (MY2022) สวยเฉียบ หน้าเดียวกับ Legender

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับ New Fortuner Leader (MY2022) ที่ปรับโฉมหน้าใหม่ จากรุ่น WISDOM OF A LEADER เป็น New Fortuner Leader (MY2022) ที่ตอบโจทย์สำหรับกลุ่มผู้นำครอบครัวที่มีความภาคภูมิใจ โดยบอกเลยว่าการปรับโฉมครั้งนี้ รับรองว่าถูกใจใครหลายๆ คนอย่างแน่นอน ด้วยดีไซน์ที่สปอร์ต โฉบเฉี่ยว มากยิ่งขึ้น

เปิดตัว New Fortuner Leader (MY2022) สวยเฉียบ หน้าเดียวกับ Legender

สำหรับตัวเลือกรุ่นย่อยก็มีให้เลือกด้วยกันถึง 3 รุ่นย่อย และราคาอย่างเป็นทางการเริ่มต้นที่ 1,371,000 บาท เท่านั้น

  • Fortuner 2.4 Leader G 6AT 4×2 : 1,371,000 บาท
  • Fortuner 2.8 Leader V 6AT 4×2 : 1,490,000 บาท
  • Fortuner  2.4 Leader V 6AT 4×4 : 1,560,000 บาท

New Fortuner Leader (MY2022)

New Fortuner Leader (MY2022)

ความแตกต่างของ Toyota Fortuner Leader (MY 2022) มีดังนี้ 

  • ปรับชื่อรุ่นเป็น Leader G และ Leader V
  • เปลี่ยนกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ เป็นแบบเดียวกับรุ่น Legender
  • เปลี่ยนบันไดข้างเป็นสีดำ
  • เปลี่ยนคิ้วตกแต่งฝาท้ายเป็นสีดำ
  • เปลี่ยนล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว เป็นลายเดียวกับรุ่น Legender
  • เพิ่มเซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้าด้านหลัง
  • เพิ่มระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในมุมอับสายตาด้านข้าง Blind Spot Monitor
  • เพิ่มระบบเตือนเมื่อมีรถขณะถอย Rear Cross Traffic Alert
  • เพิ่มแผ่นกรองอากาศ PM 2.5
  • อัพเกรดสีขาว เป็นสีขาวมุก Platinum White Pearl (เดิมเป็น White Pearl Crystal)
  • ราคาเพิ่มขึ้น 20,000 – 24,000 บาท

New Fortuner Leader (MY2022)

New Fortuner Leader (MY2022)

ขนาดและมิติตัวถัง
Dimension

  • ความยาว :  4,795 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง :  1,855 มิลลิเมตร
  • ความสูง :  1,835 มิลลิเมตร
  • ความยาวฐานล้อ : 2,750 มิลลิเมตร
  • ความกว้างล้อหน้า / หลัง : 1,540 / 1,555 มิลลิเมตร
  • ระยะต่ำสุดใต้ท้องรถ : 193 มิลลิเมตร
  • ความจุถังน้ำมัน : 80 ลิตร

เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง
Engine & Drivetrain

New Fortuner Leader (MY2022)

ดีเซล 2.4 ลิตร Turbo

เครื่องยนต์รหัส 2GD-FTV ดีเซล  DOHC 16 วาล์ว 2.4 ลิตร 2,393 ซีซี กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก 92.0 x 90.0 มิลลิเมตร กำลังอัด 15.6 : 1 ฉีดจ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด i-ART ผ่านราง Commonrail พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharged พร้อม Intercooler กำลังสูงสุด 150 แรงม้า (PS) ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อม Sequential Shift และ Paddle Shift มีให้เลือกทั้งขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง 2WD และขับเคลื่อน 4 ล้อ Part-time 4WD

โหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ

  • ECO
  • Normal
  • Sport

อุปกรณ์ภายนอก
Exterior Options

New Fortuner Leader (MY2022)

New Fortuner Leader (MY2022)

New Fortuner Leader (MY2022)

  • ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว
  • ยางขนาด 265/60 R18
  • กระจังหน้าสีดำเงา
  • ชุดตกแต่งกันชนหน้าสีเงิน
  • บันไดข้างสีดำ
  • ไฟหน้า Bi-Beam LED
  • ระบบเปิดปิดไฟหน้า แบบอัตโนมัติ
  • ระบบไฟหน้า Follow-me-home
  • ระบบไฟหน้าปรับระดับสูงต่ำ อัตโนมัติ
  • ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED
  • ไฟท้าย LED แบบ Light Guiding
  • ไฟตัดหมอกด้านหลัง
  • ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED
  • ไฟเลี้ยว ด้านหน้าด้านหลัง LED แบบ Sequential
  • กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ ปรับและพับด้วยไฟฟ้า
  • กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว
  • ระบบไฟ Welcome Light ที่กระจกมองข้าง
  • มือเปิดประตู แบบโครเมียม
  • ฝาท้ายเปิดปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบป้องกันการหนีบ
  • ราวหลังคา
  • สปอยเลอร์หลัง
  • เสาอากาศแบบครีบฉลาม Shark Fin
  • บันไดข้างเป็นสีดำ
  • คิ้วตกแต่งฝาท้ายสีดำ
  • เซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้าด้านหลัง

อุปกรณ์ภายใน
Interior Options

New Fortuner Leader (MY2022)

New Fortuner Leader (MY2022)

  • ภายในห้องโดยสารโทนสีดำ
  • แดชบอร์ดหน้าบุนุ่มหุ้มด้วยหนัง สีดำ
  • แดชบอร์ดหน้าแผงประตู บุนุ่มหุ้มด้วยหนังสีดำ
  • ช่องแอร์ ตกแต่งด้วยแถบสีเงินและโครเมียม
  • แผงควบคุมกระจกหน้าต่าง ตกแต่งด้วยสีดำเมทัลลิค
  • มือเปิดประตูภายใน แบบโครเมียม
  • ที่บังแดดคู่หน้า พร้อมกระจกแต่งหน้าและไฟส่องสว่าง
  • มือจับภายในห้องโดยสาร 8 ตำแหน่ง
  • ไฟส่องสว่างที่ประตู 4 บาน
  • พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง (ขึ้นลง และเข้าออก)
  • พวงมาลัยหุ้มด้วยหนัง
  • วัสดุตกแต่งภายในห้องโดยสาร ลายไม้ พร้อมแถบสีเงิน
  • หัวเกียร์ เบรกมือ หุ้มด้วยหนัง
  • มาตรวัดเรืองแสง Optitron
  • หน้าจอแสดงข้อมูล MID แบบสี TFT ขนาด 4.2 นิ้ว
  • ฟังก์ชั่นแสดงองศาการเลี้ยวล้อหน้า Tire Turning Angle
  • กระจกมองหลัง แบบปรับลดแสงอัตโนมัติ
  • ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ Push Start/Stop Button
  • ระบบกุญแจ Smart Keyless Entry
  • ระบบเซ็นทรัลล็อค แบบ Speed Auto Lock
  • สวิตซ์เลือกโหมดการขับขี่ ECO / Normal / Sport
  • ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ
  • ระบบกรองอากาศ PM2.5
  • สวิตซ์ควบคุมระบบปรับอากาศด้านหลังแบบแยกส่วน
  • ช่องเก็บของด้านบนแบบรักษาความเย็น Cool Box
  • ช่องชาร์จไฟ 12V 2 ตำแหน่ง
  • ช่องชาร์จไฟ AC 220V 1 ตำแหน่ง
  • หน้าจอชุดเครื่องเสียงระบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 8 นิ้ว
  • สวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย
  • ระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth
  • รองรับระบบ Apple CarPlay / Android Auto
  • ระบบ T-Connect
  • ลำโพง 6 ตำแหน่ง
  • เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังสีดำ
  • เบาะนั่งคู่หน้าแบบสปอร์ต
  • เบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้า 6 ทิศทาง
  • เบาะนั่งแถวที่ 2 แยกปรับและพับ 60 : 40
  • เบาะนั่งแถวที่ 2 พนักพิงหลังปรับเอนได้
  • เบาะนั่งแถวที่ 2 เบาะรองนั่งเลื่อนหน้าถอยหลังได้
  • เบาะนั่งแถวที่ 2 พับแบบจังหวะเดียว One Touch
  • เบาะนั่งแถวที่ 3 แยกปรับและพับ 50 : 50

ระบบความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือการขับขี่
Safety System & Driving Assistance

New Fortuner Leader (MY2022)

  • ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS
  • ระบบกระจายแรงเบรก EBD
  • ระบบเสริมแรงเบรก BA
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VSC
  • ระบบป้องกันการลื่นไถล TRC
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC
  • ระบบควบคุมส่วนพ่วงท้าย TSC
  • ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน DAC
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในมุมอับสายตาด้านข้าง Blind Spot Monitor
  • เพิ่มระบบเตือนเมื่อมีรถขณะถอย Rear Cross Traffic Alert
  • ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง
    • ถุงลมคู่หน้า
    • ถุงลมด้านข้าง
    • ม่านถุงลมนิรภัย
    • ถุงลมนิรภัยหัวเข่าคนขับ
  • กล้องมองภาพขณะถอยจอด
  • สัญญาณกะระยะช่วยจอดด้านหลัง 6 ตำแหน่ง
  • ระบบกุญแจ Immobilizer
  • ระบบสัญญาณกันขโมย

สีตัวถังภายนอก
Exterior Color

New Fortuner Leader (MY2022)

สีตัวถังภายนอก มีให้เลือก 6 สี ได้แก่

  • สีน้ำเงิน Dark Blue Mica
  • สีแดง Emotional Red (เพิ่มเงิน 12,000 บาท)
  • สีขาวมุก Platinum White Pearl (เพิ่มเงิน 12,000 บาท)
  • สีเทา Dark Grey Metallic
  • สีดำ Attitude Black Mica
  • สีเงิน Silver Metallic

พาส่อง All-New Toyota Veloz ก่อนเปิดตัวในไทย วันที่ 24 กุมพาพันธ์นี้ รถสไตล์ครอบครัวที่คุ้มค่าที่สุด

หากย้อนกลับไปในช่วงปี 2021 ตลาดรถโตโยต้าในประเทศอินโดนีเซีย เปิดตัวรถ MPV สองรุ่นใหม่คือ All-New Toyota Avanza และ All-New Toyota Veloz  และหลังจากนั้นประเทศไทยก็ได้รับข่าวดีว่าจะมี All-New Toyota Veloz  ถูกส่งเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย แทน Avanza ซึ่งเป็นที่แน่นอนแล้วว่าจะเปิดตัว วันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ 

พาส่อง All-New Toyota Veloz ก่อนเปิดตัวในไทย วันที่ 24 กุมรถสไตล์ครอบครัวที่คุ้มค่าที่สุด

คราวนี้โตโยต้าต้องการแบ่งกลุ่มลูกค้าให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพราะถ้าให้เปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่นๆ ที่ใช้บอดี้เดียวกันในประเทศไทยก็คือ Honda Mobilio / BR-V, Mitsubishi Xpander / Xpander Cross, Suzuki Ertiga / XL7 และ Toyota Avanza / Veloz

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ Toyota Avanza / Veloz ในไทย คือ การเปลี่ยนมาใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า แทนที่ระบบขับเคลื่อนล้อหลังในรุ่นเดิม และ เปลี่ยนจากเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ เป็น เกียร์อัตโนมัติ CVT นอกจากนี้คาดว่าจะมีการติดตั้งระบบ Toyota Safety SENSE ให้ในรุ่น Top สุด อัพเกรดอุปกรณ์ และ Option ให้เป็นผู้นำกลุ่ม MiniMPV 7 ที่นั่ง ในไทย

เวลอซ

All-New Toyota Veloz มาพร้อมกับกระจังหน้าที่โฉบเฉี่ยวและบึกบึนลายเส้นล้ำสมัย ตามสไตล์ Toyota Cross พร้อมโลโก้โตโยต้าขนาดใหญ่ตรงกลาง มาพร้อมไฟหน้าแบบ LED ดีไซน์โฉบเฉี่ยวลดภาพจำ Avanza ไปจนหมดสิ้นกันเลยทีเดียว นอกจากนี้ไฟเลี้ยวยังเป็นแบบ Sequential และกันชนหน้าขนาดใหญ่วัสดุสีโครเมี่ยมเพิ่มความหรูหราอย่างลงตัว

ด้านข้าง All-New Toyota Veloz เดินเส้นสายให้อยู่ในสไตล์สปอร์ตตอบโจทย์เทรนด์ยานยนต์ยุคใหม่ที่เน้นลวดลายเส้นสายที่ดูโฉบเฉี่ยว และเพิ่มความเท่ด้วยล้ออัลลอยด์สีดำปัดเงาขนาด 17 นิ้ว กิมมิคเล็กๆ ที่ช่วยเพิ่มความเท่คือครีบฉลาม สปอยเลอร์หลังและ ไฟท้ายแบบ LED ที่เชื่อมยาว ไปถึงตราโตโยต้า

ภายในกว้างขวางมาพร้อมที่นั่งโดยสาร 7 ที่นั่ง 3 แถว เน้นความสะดวกสบายของผู้โดยสารและคนขับเป็นหลัก และที่สำคัญรถรุ่นนี้ตอบโจทย์ครอบครัวและการใช้งานแบบอเนกประสงค์อย่างแน่นอน

เวลอซ

บริเวณคอนโทรลออกแบบมาได้อย่างหรูหรผสานผสานกับความสปอร์ต พร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบ 3 ก้าน มาตรวัด Full Digital TFT ขนาด 7 นิ้ว และยังใส่หน้ากลางจอระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Apple Carplay และ Android Auto

นอกจากนี้ยังใส่เทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายอย่างเบรกมือไฟฟ้า พร้อมระบบ Auto Brake Hold แท่นชาร์จไร้สาย และ ระบบกุญแจ Smart Keyless Entry และ ปุ่ม Push Start

ฟังเรื่องภายในและภายนอกกันไปแล้ว มาดูเครื่องยนต์กันบ้างดีกว่าว่าเจ้า Veloz คันนี้ มีขุมพลังเป็นอย่างไรบ้าง

มีการรายงานว่าทุกรุ่นจะติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินรหัส 2NR-VE ขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i ให้กำลังสูงสุด 106 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 137 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ CVT ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า

และมีการรายงานเรื่องระบบความปลอดภัยเบื้องต้นดังนี้

  •  ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง
  • ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง Toyota Safety Sense
  • ระบบ LDA ช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน
  • แป้นเหยียบ PMC ป้องกันการเหยียบโดยไม่ตั้งใจ
  • ระบบ PCS ช่วยป้องกันการชนด้านหน้า
  • ระบบ RCTA แจ้งเตือนมุมอับสายตาขณะถอยหลัง
  • ระบบ BSM แจ้งเตือนมุบอับสายตา
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา

toyota safety sense

Toyota Veloz

มารู้จัก Toyota Safety Sanse คลิ๊กที่นี่ TOYOTA SAFETY SENSE คืออะไร? ตอบโจทย์การขับขี่อย่างปลอดภัยได้อย่างไร

เป็นเจ้าของรถ All-New Toyota Veloz ก่อนใคร พร้อมข้อเสนอพิเศษมากมายคลิ๊กที่นี่  https://www.toyotanakornping.com/form-veloz/

หมายเหตุ : ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้น จากประเทศอินโดนีเซีย วันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ ลองมาลุ้นกันว่า All-New Toyota Veloz โฉมในประเทศไทย จะเป็นอย่างไรบ้าง

Read More
Print

RACE YOUR SPORTY AMBITION ชมคันจริง Toyota Altis GR Sport 2022 ได้แล้ว ที่ โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ (สำนักงานใหญ่)

สวัสดีเจ้า~ โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ ขอกราบสวัสดีงามๆ อีกครั้งวันนี้อีกเช่นเคยเราไม่ได้มามือเปล่า เพราะเราเอา Toyota Altis GR Sport 2022 มาฝากเพื่อนๆ บอกเลยว่างานนี้ เอาใจสายสปอร์ตไปแบบเต็มๆ อย่างแน่นอน ทั้งเพิ่มการตกแต่งและขับขี่สนุกเร้าใจมากยิ่งขึ้น

RACE YOUR SPORTY AMBITION...
ขีดสุดความเร้าใจ อะไรก็หยุดไม่ได้

altis GR Sportเปิดตัว Toyota Altis GR Sport 2022 อย่างเป็นทางการ กับ โคโรลล่า อัลติส GR Sport รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่ กับรุ่น HEV GR Sport ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ไฮบริด และรุ่น 1.8 GR Sport กับขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.8 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i 7 สปีดพร้อม Sequential Shift พร้อมสัมผัสของสมรรถนะในการขับขี่ที่เร้าใจกว่าที่เคย ด้วยช่วงล่างปรับจูนใหม่แบบสปอร์ต ประกอบด้วยชุดคอยล์สปริงและช็อคแอบซอร์บเบอร์ พร้อมเหล็กกันโคลงด้านหลังที่พัฒนาใหม่ มอบความรู้สึกในการขับขี่ที่หนักแน่น เกาะถนนดีเยี่ยม ควบคุมได้ตามใจสั่ง

altis GR Sport  altis GR Sportโคโรลล่า อัลติส GR Sport ออกแบบให้รองรับการขับขี่ตามหลักอากาศพลศาสตร์  กับแพ็กเกจชุด GR SPORT ประกอบด้วย กันชนหน้า, กระจังหน้า, ไฟตัดหมอกดีไซน์ใหม่, สเกิร์ตข้าง, สเกิร์ตหลัง, ล้ออัลลอย 17  นิ้วออกแบบใหม่โดยเฉพาะ พร้อมสัญลักษณ์ GR Sport บริเวณท้ายรถ ภายในสะท้อนความเป็น GR ด้วยการตกแต่งเบาะหนัง เดินตะเข็บด้ายสีแดง พนักพิงศีรษะและปุ่มกดสตาร์ทตกแต่งด้วยสัญลักษณ์ GR 

มาพร้อมกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ ช่องเสียบ USB แบบ Type C ในช่องเก็บของคอนโซลกลาง, หน้าจอ HUD แสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบสี, เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า พร้อมปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้า (Lumbar Support), ระบบ Illuminate entry system, ระบบแจ้งเตือนลมยาง TPMS

และ 3 สี พิเศษเฉพาะรุ่น ได้แก่ สีขาวมุก (Platinum White Pearl) สีแดง (Red Mica Metallic) และสีดำ (Attitude Black Mica) 

Toyota Altis GR Sport มีอะไรใหม่บ้าง

–    กันชนหน้าใหม่ GR Sport
–    กระจังหน้าใหม่ GR Sport
–    ไฟตัดหมอกดีไซน์ใหม่
–    กระจกมองข้างสีดำและสเกิร์ตข้าง GR Sport
–    สเกิร์ตหลัง GR Sport
–    ล้อแมกซ์ขนาด 17 นิ้ว GR Sport
–    สัญลักษณ์ GR Sport บริเวณประตูท้าย
ใหม่ ดีไซน์ภายใน…GR SPORT RACING INSIDE TO DRIVE YOUR FEELING 

altis GR Sport   altis GR Sport

ภายใน  ดีไซน์สปอร์ต ตอบสนองฟีลลิ่งเรซซิ่ง
–    Sport Seats with GR Logo เบาะหนังคู่หน้าแถบแดงดีไซน์สปอร์ตพร้อมโลโก้ GR
–    ปุ่ม Push Start พร้อมสัญลักษณ์ GR
–    Paddle Shift ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (*เฉพาะรุ่น 1.8 GR SPORT)

altis GR Sportaltis GR Sport

MORE COVENIENCE MORE COMFORT
–    Head Up Display หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบเปลี่ยนสีบนกระจกหน้ารถ
–    nanoe ระบบกรองอากาศภายในห้องโดยสารช่วยขจัดกลิ่นอับและยับยั้งเชื้อโรค
–    Auto Rain Sensor ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
–    Rear Sunshade ม่านบังแดดที่กระจกหลัง
–    Tire Pressure Monitoring System ระบบแจ้งเตือนเมื่อลมยางผิดปกติ
ใหม่ สมรรถนะการขับขี่…THE NEW EXCITEMENT TO PUSH THE LIMITS
–    Shock Absorber ดูดซับแรงสั่นสะเทือน เพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ให้สนุกยิ่งขึ้น
–    Coil Spring คอยล์สปริงปรับจูนใหม่ เพื่อการขับขี่ที่นุ่มนวล
–    Rear Bar Stabilizer ลดอาการโคลงของตัวรถขณะเข้าโค้ง ยึดเกาะถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

altis GR Sport

เครื่องยนต์ 2 ทางเลือกในรุ่น GR SPORT
–    HEV GR SPORT 
ประหยัดน้ำมันได้มากถึง 23.3 กม./ลิตร*  (*อ้างอิงจาก ECO Sticker)

เครื่องยนต์ 2ZR-FXE ขนาด 1.8 ลิตร พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าและเกียร์ E-CVT

–    1.8 GR SPORT

เครื่องยนต์เบนซิน 2ZR-FBE ขนาด 1.8 ลิตร และเกียร์อัตโนมัติ SUPER CVT-I 7 สปีด พร้อม Sequential Shift กำลังสูงสุด 140 PS 

TNGA ที่สุดแห่งการออกแบบยานยนต์เพิ่มประสิทธิภาพ ในการทรงตัว และเกาะถนนได้อย่างดีเยี่ยมให้คุณควบคุมได้อย่างมั่นใจ ก้าวสู่ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า

–    BODY RIGIDITY เพิ่มความมั่นคงจากโครงสร้างเหล็กที่แข็งแรงพร้อมเพิ่มจำนวนจุดเชื่อมตัวรถ (Spot Welding) ช่วยรองรับแรงบิดที่มีต่อตัวถัง เพิ่มประสิทธิภาพการทรงตัวและเกาะถนน 

–    GOOD HANDLING พวงมาลัยปรับจูนใหม่ ตอบสนองแม่นยำมากขึ้น เพื่อให้การควบคุมง่ายขึ้น เป็นไปอย่างมั่นใจ

–    LOWER CENTER OF GRAVITY ออกแบบให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ลดการโครงของตัวรถ ช่วยเรื่องการทรงตัวและเข้าโค้งได้ดีขึ้น

–    EXCELLENT VISIBILITY ออกแบบตัวรถให้เหมาะสมกับสรีระผู้ขับขี่ ช่วยเพิ่มทัศนวิสัย ลดจุดอับสายตา

–    DOUBLE WISHBONE SUSPENSION ช่วงล่างอิสระแบบปีกนกคู่ เพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่ แต่ยังคงไว้ซึ่งการเกาะถนนอย่างดีเยี่ยม

•    ระบบความปลอดภัย TOYOTA SAFETY SENSE

–    ALL-SPEED DYNAMIC RADAR CRUISE CONTROL WITH LANE TRACING ASSIST…ระบบ Dynamic Radar Cruise Control แบบ All-Speed ควบคุมและปรับลดระดับความเร็วได้ถึง 0 กม./ชม. และสามารถเร่งความเร็วกลับสู่ระดับที่ตั้งไว้เมื่อไม่มีรถขวางหน้า พร้อมระบบ Lane Tracing Assist ช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน

–    PRE-COLLISION SYSTEM…ระบบความปลอดภัยก่อนการชน

–    LANE DEPARTURE ALERT WITH STEERING ASSIST…ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงกลับอัตโนมัติ

–    AUTOMATIC HIGH BEAMS…ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ

สำหรับใครที่สนใจรถ Toyota Altis GR Sport สามารถเข้ามาชมได้ที่ โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ สาขาสำนักงานใหญ่ แม่เหียะ หรือสนใจจับจ้องเป็นเจ้าของก็มีรถพร้อมจอง