Read More
Print

ทำไมรถ Toyota ถึงได้ขึ้นชื่อว่าทนกว่าแบรนด์อื่น? และมีความคุ้มค่ามากขนาดไหน

สวัสดีเจ้า~ เพื่อนๆ เคยสงสัยกันไหมว่ารถตลาดในเมืองไทยที่เป็นรถญี่ปุ่นมีหลากหลายยี่ห้อให้เลือกสรรตามความชอบและความเหมาะสม แต่สำหรับ Toyota นั้น เป็นแบรนด์ชั้นนำที่อยู่คู่กับคนไทยมามากกว่า 60 ปี เราลองมาดูกันเลยว่า ทำไมรถ Toyota ถึงทนกว่าแบรนด์อื่นๆ และทำไมคนไทยยังไว้ใจโตโยต้า

ทำไมรถ Toyota ถึงได้ขึ้นชื่อว่าทนกว่าแบรนด์อื่น? และมีความคุ้มค่ามากขนาดไหน

ถ้าหากพูดถึงรถโตโยต้าในเมืองไทย หลายคนอาจมองว่าไม่มีอะไรหวือหวา หรือออกแนวไปทางน่าเบื่อเลยด้วยซ้ำ แต่รู้หรือไม่ จุดเด่นที่ทำให้โตโยต้าอยู่กับคนไทยตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน คือความทนทานของตัวรถนี่ล่ะ 

และความทนทานและความคุ้มค่าดังกล่าว ทำให้โตโยต้าก้าวขึ้นเป็นค่ายรถอันดับ 1 ของโลกด้านยอดขาย และมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ส่วนความทนทานของโตโยต้านั้น มี 3 หัวข้อหลักๆ ดังนี้

toyota ทนกว่าแบรนด์อื่น

1. แนวคิดการสร้างรถแบบ “Jidoka”

Toyota นั้นจะมีระบบการผลิตที่พวกเขาสร้างขึ้นมาเองเรียกว่า Toyota Production System : TPS และหนึ่งในหลักการหัวข้อใหญ่ๆ ใน TPS นั้นจะมีหลักการที่พูดถึงการจัดการเวลา ที่ทำให้รถถูกผลิตได้เร็วขึ้น และอีกหลังคือ Jidoka ที่ส่งผลให้รถของ Toyota มีความทนทาน 

Jidoka แปลจากภาษาญี่ปุ่นได้ว่า ระบบอัตโนมัติที่มนุษย์เป็นผู้สัมผัสหลักการนี้คือการที่เหล่าวิศวกรของ Toyota ต้องเริ่ม ทำด้วยมือ ก่อน ทั้งการออกแบบชิ้นส่วนในรถ ที่ต้องออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้มั่นใจว่ามันจะต้องผ่านมาตรฐานที่วางเอาไว้

และเมื่อนำมาใช้ร่วมกับชิ้นส่วนอื่น ก็ต้องแน่ใจว่ามันจะทำงานได้มีประสิทธิภาพที่สุด ซึ่งก็ส่งผลให้รถมีความทนทานนั่นเอง และตัววิศวกรผู้ออกแบบ ก็จะมีความเข้าใจในระดับสูงสุดถึงชิ้นส่วนต่างๆ ที่ตัวเองออกแบบขึ้นมาอีกด้วย

นั่นทำให้เราเห็น ได้ว่ารถของ Toyota มักจะใช้อะไหล่ร่วมกันได้หลายรุ่น รวมถึงมีรถหลายรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์บล็อกเดียวกัน เพราะพวกเขามั่นใจแล้วว่าเชื่อใจได้ (และส่งผลทำให้รถ Toyota อะไหล่หาได้ง่าย และในบางรุ่น รถจะมีค่าบำรุงรักษาที่ต่ำกว่ารถรุ่นอื่น) 

ซึ่งต่อมาก็จะเป็นการนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์มาทำงานแทน ในสิ่งที่ถูกออกแบบไว้แล้ว ว่าหากทำตามนี้ รถก็จะถูกสร้างขึ้นโดยไม่มีจุดติดขัด ตามความหมายของ Jidoka ระบบอัตโนมัติที่มนุษย์เป็นผู้สัมผัสนั่นเอง

toyota ทนกว่าแบรนด์อื่น

2. ต่อยอด Jidoka ด้วยแนวคิด “Kaizen”

หลังจากรถขึ้นสายการผลิตด้วยแนวคิด Jidoka แล้ว แนวคิดต่อไปที่ถูกนำมาใช้คือ Kaizen ที่แปลว่าพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ เปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่าแนวคิดนี้จะเปิดโอกาสให้พนักงานที่คุมสายการผลิต สามารถตัดสินใจหยุดสายการผลิตลงได้ หากพบปัญหาขึ้นระหว่างการผลิตโดย Toyota จะปลูกฝังแนวคิดให้คนคุมสายการผลิตของพวกเขาเอาไว้ว่า การหยุดสายการผลิตไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย

เพราะอะไร? เพราะถ้ามีปัญหาเกิดขึ้น สิ่งที่สำคัญกว่าก็คือจะต้องหาทางแก้ไขไปถึงต้นตอให้ได้!!

นี่เป็นจุดที่ทำให้ Toyota ต่างจากค่ายรถอื่นๆ ที่บางครั้งต้องรีบทำยอดผลิตรถให้ตรงตามเส้นตายที่กำหนดเอาไว้ ส่งผลทำให้จำนวนของรถที่เกิดข้อบกพร่องหลุดออกไปในจำนวนมากกว่าและเมื่อแก้ปัญหาได้แล้ว ก็จะปรับเปลี่ยนวิธีการผลิต เพื่อไม่ให้ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้น สร้างมาตรฐานใหม่ขึ้นมา

การปรับปรุงเล็กๆ น้อยๆ ของรถ Toyota จึงเกิดขึ้นอยู่เสมอ โดยให้พนักงานนำเสนอความคิดใหม่ๆ เข้ามา และเอามาประชุมกัน ถ้าเห็นว่าได้ผลก็จะนำมาใช้เป็นมาตรฐานเลย นี่จึงทำให้การผลิตพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องนั่นเอง

ถึงแม้ว่าหลักการ Kaizen อาจจะต้องทำให้สายการผลิตหยุดและช้าลงในช่วงเวลานั้น แต่ประโยชน์ที่ได้กลับมาก็ส่งผลคุ้มค่าในระยะยาว

เช่น การลดโอกาสที่ต้องเรียกคืนรถทั้งล็อตมาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างผลิต รวมถึงการได้ภาพลักษณ์ของบริษัทรถที่เชื่อใจได้เหมือนอย่างที่พวกเขาเป็นในปัจจุบัน

toyota ทนกว่าแบรนด์อื่น

3. การใช้งาน มาก่อนความเร็ว” 

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า รถของ Toyota เน้นการใช้งานเป็นหลัก ส่วนเรื่องความเร็ว (หรือกระทั่งความสวยงาม)เป็นปัจจัยที่รองลงมา

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด จากการทำตลาดในไทย ก็คือรถบ้านในพิกัด B-Segment อย่าง Yaris, Yaris ATIV เป็นรถที่ไม่ได้มีความหวือหวานักในขณะที่คู่แข่งอย่าง Honda หรือ Nissan ทำตลาดด้วยรถเครื่องเทอร์โบจัดเต็ม

แต่รถ Toyota ก็ยังขายดีเป็นลำดับต้นๆ อยู่ตลอด นั่นเป็นเพราะลูกค้าหลายคนก็ไม่ได้ต้องการความหวือหวา แต่มั่นใจในชื่อของ Toyota

และไม่ใช่แค่รถบ้านเท่านั้น แต่รวมไปถึงไลน์อัพรถสปอร์ตที่ขับสนุกชื่อดังในอดีต ทั้ง AE86, MR2 และ Celica ก็ไม่ได้เร็วแรงที่สุดเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

แม้แต่ Toyota Supra เจน 4 ที่มีภาพลักษณ์เร็วแรงที่สุดของ Toyota เอง ตอนออกมาจากโรงงาน ก็ไม่ใช่รถที่ทำประสิทธิภาพได้ดีนัก ตอนที่ออกมาจากโรงงานโดยยังไม่ผ่านการปรับแต่ง

รวมไปถึงรถหรูอย่าง Lexus  ที่ส่วนมากจะมีประสิทธิภาพด้อยกว่าแบรนด์หรูสัญชาติเยอรมนีอยู่บ้างเล็กน้อยถึงปานกลาง

เพราะพวกเขารู้ว่า ลูกค้าส่วนมากที่ซื้อรถต้องการสิ่งที่ Toyota มอบให้ นั่นคือความทนทาน ไม่จุกจิก ไม่กวนใจ และมีค่าบำรุงรักษาที่ถูกกว่าแบรนด์อื่นๆ ในระยะยาวนั่นเอง

toyota ทนกว่าแบรนด์อื่น

เพราะความใส่ใจถึงเรื่องความคุ้มค่าและความทนทานนั่นเอง ที่ทำให้โตโยต้าครองใจผู้ใช้รถมาอย่างยาวนาน และที่สำคัญโตโยต้าไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ให้ตอบโจทย์การใช้งานเพื่อบรรเทาอุบัติเหตุและตอบสนองความสะดวกสบาย