Category: สาระน่ารู้เรื่องรถ

Read More
Print

ไขข้อสงสัย? รถยนต์คู่ใจเติมน้ำเปล่าลงในหม้อน้ำได้หรือไม่

สวัสดีเจ้า~ โตโยต้านครพิงค์กลับมาอีกแล้ว และวันนี้เรามีสาระดีๆ มาฝากอีกเช่นเคย เราเชื่อว่าหลายๆ คนคงสงสัยอยู่แน่ๆ ว่าเราสามารถใช้น้ำเปล่าเติมลงไปในหม้อน้ำได้หรือไม่ หรือควรน้ำยาหล่อเย็นดี และถ้าใช้น้ำเปล่าเติมจะส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์หรือไม่ วันนี้เรามีคำตอบมาฝาก

ไขข้อสงสัย? รถยนต์คู่ใจเติมน้ำเปล่าลงในหม้อน้ำได้หรือไม่

น้ำยาหล่อเย็น 

การทำงานของน้ำยาหล่อเย็น 

น้ำยาหล่อเย็น ถือเป็นระบบที่สำคัญของเครื่องยนต์ มีด้วยกันหลากสีสัน ทั้งฟ้า ชมพู เขียว ซึ่งหน้าที่ของน้ำยาหล่อเย็นคือช่วยลดความร้อนของเครื่องยนต์ อีกทั้งยังช่วยป้องกันการเกิดสนิม ตะกอน ลดการแข็งตัวของน้ำในระบบหล่อเย็น ช่วยหาจุดรั่วไหลของหม้อน้ำได้ง่าย และลดการอุดตันภายในหม้อน้ำ โดยจะแบ่งได้ 2 ประเภท คือ

  • แบบผสมเสร็จพร้อมใช้งาน 
  • แบบเข้มข้นต้องผสมน้ำก่อนใช้
เติมน้ำเปล่าในหม้อน้ำได้หรือไม่

 

เติมน้ำเปล่าแทนน้ำยาหล่อเย็นได้หรือไม่? 

สำหรับคำตอบก็คือ ได้ แต่ไม่แนะนำ เนื่องจากน้ำเปล่ามีจุดเดือดเพียง 100 องศาเซลเซียส อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพในการระบายอากาศน้อยกว่าน้ำยาหล่อเย็น และที่มากไปกว่านั้น เมื่อน้ำเปล่าไปทำงานร่วมกันโลหะ อาจทำให้เกิดสนิมในหม้อน้ำ เกิดการอุดตัน และหม้อน้ำรั่วซึมได้

 จึงควรใช้น้ำมันหล่อเย็นในการเติมลงในหม้อน้ำมากกว่า ด้วยคุณสมบัติที่มีส่วนผสมของของสารเอธิลีน ไกลคอล จะช่วยชะลอการเดือดของน้ำให้สูงขึ้นเป็น 120-125 องศาเซลเซียส เพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความร้อน ช่วยให้ชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ระบายความร้อนได้ดีขึ้น และไม่ทำร้ายเครื่องยนต์ของเราด้วย

แต่หากกรณีฉุกเฉิน เช่น หม้อน้ำรั่วระหว่างทาง แล้วเราหาน้ำยาหล่อเย็นไม่ได้จริงๆ ก็สามารถเติมน้ำเปล่าไปก่อนได้ แต่ต้องเป็นน้ำเปล่าที่สะอาด เช่นน้ำดื่ม น้ำกลั่น และควรเติมเพียงชั่วคราวเท่านั้น

โดยปกติแล้ว น้ำยาหล่อเย็นจะมีอายุการใช้งานเพียง 2 ปีเท่านั้น ถ้าหากปล่อยไว้นาน อาจทำให้เครื่องยนต์รถของคุณเกิดสนิม ตะกอน และที่มากไปกว่านั้นอาจทำให้เครื่องยนต์พังได้อีกด้วย 

คราวนี้คงทราบกันแล้วว่าต่อไปจะสามารถใช้น้ำเปล่าเติมลงในหม้อน้ำได้หรือไม่ และหวังว่สเพื่อนๆ จะดูแลรถคู่ใจของคุณให้อยู่ด้วยกันไปนานๆ 

Read More
Print

หนาวนี้! เที่ยวดอย ขับรถฝ่าหมอก ที่ปัดน้ำฝนก็สำคัญ ขับขี่ปลอดภัยตลอดเส้นทาง

หมดหน้าฝนไปแล้ว กำลังเข้าสู่ช่วงหน้าหนาว เชื่อว่ารถที่เพื่อนๆ หลายคนคงผ่านการใช้งานในฤดูฝนมาไม่น้อย และในช่วงฤดูหนาวแบบนี้ทุกคนคงอยากเดินทางไปเที่ยวดอยกันอยู่อย่างแน่นอน และรู้หรือไม่ว่าการขับรถฝ่าหมอกที่ปัดน้ำฝนก็สำคัญไม่แพ้ส่วนอื่นๆ วันนี้ โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ มีวิธีดูแลที่ปัดน้ำฝนและวิธีเช็คยางที่ปัดน้ำฝนว่าเสื่อมสภาพหรือยังมาฝากเพื่อนๆ กัน

หนาวนี้! เที่ยวดอย ที่ปัดน้ำฝนก็สำคัญ อย่ามองข้าม

วิธีดูแลที่ปัดน้ำฝน

1. ตรวจสภาพหน้ายาง

ขั้นตอนแรกเป็นวิธีเช็คยางที่ปัดน้ำฝนของท่านแบบง่ายๆ ด้วยการสัมผัสหน้ายาง เมื่อสัมผัสแล้วและลองสังเกตดูว่ายางที่ปัดน้ำฝนของท่านนั้นลอกเป็นขุยหรือแข็งหรือไม่ หากสัมผัสแล้วยางแข็งหรือลอกเป็นขุย แนะนำให้เปลี่ยนยางที่ปัดน้ำฝนทันที เพื่อการขับขี่รถที่ปลอดภัยและทัศนวิสัยที่ดีขึ้น

2. ทำความสะอาดยางปัดน้ำฝนอย่างสม่ำเสมอ

วิธีต่อมาเป็นวิธีทำความสะอาดยางที่ปัดน้ำฝนแบบง่ายๆ เมื่อที่ปัดน้ำฝนถูกใช้งานมาเยอะ อาจทำให้เศษฝุ่น หรือคราบสิ่งสกปรกต่างๆ เลอะบนกระจก และสิ่งเหล่านั้นอาจทำให้ที่ปัดน้ำฝนทำงานได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ และวิธีง่ายๆ ในการทำความสะอาดที่ปัดน้ำฝนก็คือนำผ้าชุบน้ำสะอาดแล้วบิดให้หมาด จากนั้นเช็ดตามแนวขอบยางที่ปัดน้ำฝน เท่านี้ก็จะได้ที่ปัดน้ำฝนใหม่อีกครั้ง 

3. สังเกตรอยบนกระจก

อีกหนึ่งวิธีง่ายๆ คือการสังเกตรอยที่ปัดน้ำฝนบนกระจกรถของท่าน หรือฟังเสียงการทำงานของที่ปัดน้ำฝนว่าฝืดหรือไม่ ถ้าหากเปิดใช้งานที่ปัดน้ำฝนแล้วมีเสียงฝืดขอแนะนำให้เปลี่ยนยางที่ปัดน้ำฝน เพราะหากปล่อยทิ้งไว้นานๆ อาจทำให้เกิดการเสียดสีและตัวยางเสื่อมสภาพได้ และที่สำคัญอาจทำให้กระจกรถของท่านเป็นลอยขูดขีดได้อีกด้วย

4. อย่ายกที่ปัดน้ำฝนขึ้นเมื่อนำรถมาจอดตากแดด

ขณะจอดรถตากแดดไม่ควรยกที่ปัดน้ำฝนขึ้นเพราะจะทำให้ยางที่ปัดน้ำฝนโดนแดดโดยตรงและอาจทำให้ยางที่ปัดน้ำฝนเสื่อมสภาพได้ง่าย โดยปกติทั่วไปแล้วยางที่ปัดน้ำฝนมีระยะการใช้งาน 1-2 ปี แต่ถ้าหากยกที่ปัดน้ำฝนขึ้นในขณะที่จอดรถตากแดดอาจทำให้ยางที่ปัดน้ำฝนเกิดฉีดขาด

 

เป็นอย่างไรกันบางกับปัญหาที่ปัดน้ำฝน อาจเป็นปัญหาเล็กๆ ที่ทุกคนมองข้ามและจริงๆ แล้วถ้าปล่อยให้ยางที่ปัดน้ำเสื่อมสภาพมากๆ อาจทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่รถของท่านลดน้อยลง และเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ง่าย และหวังว่าวิธีการดูแลที่ปัดน้ำฝนที่ โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ เอามาฝากจะเป็นประโยชน์กับทุกคน

Read More
Print

รถเกินระยะกำหนด ยังไม่มีเวลาไปเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง จะเป็นอะไรมั้ย?

สวัสดีเจ้า วันนี้กลับมาพบกับน้องพิงค์อีกแล้ว แต่! วันนี้น้องพิงค์ไม่ได้มามือเปล่าอีกเช่นเคย เพราวันนี้น้องพิงค์เอาสาระน่ารู้เรื่องรถมาฝากเพื่อนๆ ด้วย หลายๆ คนคงมีเรื่องไม่สบายใจกันอยู่แน่ๆ เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องหรือรถถึงระยะเช็คแล้ว แต่ยังไม่มีเวลาเอารถไปเช็ค หรือลืมเอารถไปเช็ค แล้วแบบนี้รถเราจะเกิดผลเสียอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย

รถเกินระยะกำหนด ยังไม่มีเวลาไปเปลี่ยน้ำมันเครื่อง จะเป็นอะไรมั้ย?

เช็คระยะรถ

ระยะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องโดยทั่วไป

  • น้ำมันเครื่องเกรดธรรมดา ควรเปลี่ยนทุก 5,000 กิโลเมตร
  • น้ำมันเครื่องกึ่งสังเเคราะห์ ควรเปลี่ยนทุก 7,500-8,000 กิโลเมตรง
  • น้ำมันเครื่องสังเคราห์ ควรเปลี่ยนทุก 10,000-15,000 กิโลเมตร

เหตุผลที่ไม่ควรวิ่งรถเกินระยะที่กำหนด

  • เครื่องยนต์หมุนเวียนกลไกได้ไม่ดี และอาจทำให้ชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องยนต์เสื่อมสภาพเร็วกว่ากำหนด
  • น้ำมันเครื่องดำ สกปรก ทั้งเขม่าควัน และเศษชิ้นส่วนที่อาจหลุดเข้าไปในน้ำมันเครื่อง และรถจะหมุนเวียนเอาของเสียและสิ่งสกปรกไปใช้ตลอดเวลา
  • น้ำมันเครื่องหนืดขึ้น ทำให้คุณสมบัติในการหล่อหลื่นของเครื่องยนต์ลดลง
  • รถกินน้ำมัน เพราะเครื่องยนต์ทำงานหนัก
  • อาจมีอาการรถอืด เร่งไม่ขึ้น และเครื่องยนต์รถมีเสียงดังหากปล่อยไว้นานเกินไปอาจทำให้รถพังได้
  • สำหรับรถใหม่และยังอยู่ในประกันศูนย์ อาจทำให้มีผลกระทบต่อประกัน

จำเป็นต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะที่กำหนดหรือไม่

ตัวเลขระยะการใช้งานรถอาจเป็นสิ่งที่หลายๆ คนกำลังมองข้าม และเทคโนโลยีของรถสมัยใหม่เมื่อถึงเวลาเช็คระยะแล้วจะมีไฟเตือนแสดงขึ้นที่หน้าปัด แต่อย่างไรก็ตามถ้าหากถึงเวลาเปลี่ยนน้ำมันเครื่องควรเปลี่ยนตามระยะกำหนด แต่ถ้าหากไม่ได้ใช้งานรถหนัก อาจเกินมาได้นิดหน่อยแต่ไม่ควรปล่อยให้เกินมากจนเกินไปเพราะอาจส่งผลเสียต่อรถของท่านได้


เป็นอย่างไรกันบ้างกับสาระน่ารู้ที่น้องพิงค์เอามาฝากเพื่อนๆ กัน หวังว่าเพื่อนๆ คนไหนที่กำลังสงสัยเกี่ยวกับการเช็คระยะกำหนด หรือขับรถเลยระยะเช็คกำหนดมาแล้วจะเอาสาระน่ารู้จากบทความนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ และที่สำคัญเมื่อรถถึงระยะเช็คกำหนดแล้ว ก็ควรเอารถไปเข้าศูนย์ตามระยะที่กำหนด เพราะเสียเงินจ่ายค่าเช็คระยะคงน้อยกว่าถ้ารถของท่านพัง

Read More
Print

ดูแลรถไฮบริดอย่างไร ให้ใช้งานได้นานที่สุด มาดูกัน!!

สวัสดีเจ้า~ วันนี้น้องพิงค์กลับมาอีกแล้ว แต่วันนี้ไม่ได้มามือเปล่าเพราะเราเอาสาระเรื่องรถน่ารู้จาก โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ มาฝากเพื่อนๆ ด้วย บอกเลยว่าใครที่ใช้รถเครื่องยนต์ไฟฟ้าหรือไฮบริดต้องรีบเข้ามาอ่านกันด่วนๆ หรือใครที่กำลังมีแพลนซื้อรถเครื่องยนต์ไฮบริดมาใช้ต้องแชร์เก็บไว้เลยจ้า ถ้าพร้อมแล้วเรามาดูวิธีดูแลเครื่องยนต์ไฮบริดกันเลยดีกว่า

ดูแลรถไฮบริดอย่างไร ให้ใช้งานได้นานที่สุด มาดูกัน!!

เครื่องยนต์ hybrid

1.ไม่ดับรถขณะที่กำลังจอดชาร์จ

เราหลายคนคงเคยชินกับการจอดรถแล้วดับเครื่องยนต์เลยทันที แต่รู้หรือไม่ว่านั่นอาจทำให้เกิดผลเสียต่อเครื่องยนต์ไฮบริด เพราะตอนที่แบตเตอรี่กำลังชาร์จอยู่แล้วเราดับเครื่องยนต์อาจทำให้กระบวนการชาร์จแบตเตอรี่ไฮบริดเกิดผลเสีย หรือที่เรียกกันว่า Memory Effect และทำให้แบตเตอรี่เสื่อมได้ ทางที่ดีก็คือก่อนที่จะดับรถเราควรสังเกตก่อนว่าแบตเตอรี่กำลังชาร์จอยู่หรือไม่ หากยังไม่จบกระบวนการชาร์จไฟ และจะสามารถดับเครื่องยนต์ได้ตอนที่หน้าปัดแสดงว่าไม่ได้ชาร์จไฟ วิธีนี้จะช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ได้

2.จอดรถไว้ในที่ร่ม 

การจอดรถไว้ในที่ร่มเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยยืดอายุแบตเตอรี่รถไฮบริด เพราะถ้าหากเราจอดรถไว้กลางแดดนานๆ อาจทำให้อุณหภูมิของแบตเตอรี่ไฮบริดสูงขึ้นจากการที่แพ็คแบตเตอรี่ดูดซับความร้อนเก็บไว้ในตัวเอง เมื่อแบตฯเริ่มทำงาน ความร้อนจากการใช้รถก็จะเกิดขึ้น และส่งผลให้แบตเตอรี่บวม ยิ่งทวีความร้อนมากขึ้นไปจนเกินมาตรฐาน เมื่อเป็นเช่นนี้บ่อยๆ จะทำให้แบตเตอรี่ไฮบริดเสื่อมไว

3.ไม่วางของขวางช่องระบายอากาศ

การวางสิ่งของปิดช่องระบายอากาศหลายๆ คนอาจกำลังมองข้าม แต่ที่จริงแล้วนั้น การวางของปิดช่องระบายอากาศส่งผลต่อระบบแบตเตอรี่ไฮบริดแบบไม่ได้ตั้งใจ  เพราะระบบไฮบริดนั้นจะใช้ความเย็นในห้องโดยสารระบายความร้อนให้แพ็คแบตเตอรี่ โดยผ่านทางช่องระบายอากาศ ถ้าเกิดนำสิ่งของไปวางขวางช่องระบายอากาศ ก็จะทำให้แบตเตอรี่ไฮบริดมีอุณภูมิสูงจากระบบการถ่ายเทความร้อนทำงานได้ยากขึ้น ซึ่งส่งผลให้แพ็คแบตเตอรี่ไฮบริดนั้นเสื่อมได้

4. ไม่ฝืนเหยียบคันเร่งเกินไป

เครื่องยนต์ไฮบริดเป็นเครื่องยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อการขับขี่อย่างนุ่มนวล เพราะฉะนั้นหากเราฝืนเหยียบคันเร่งในขณะออกตัวแรกๆ จะส่งผลให้เกิดความร้อนภายในแพ็คแบตเตอรี่และอาจทำให้แบตเตอรี่เสี่ยมเร็วกว่ากำหนด 

Read More
Print

ผลวิจัยเผย! เบี้ยประกันรถยนต์ผู้ชาย แพงกว่าผู้หญิง สาเหตุมาจากอะไร ไปดูกัน!!

เคยสังเกตุไหมว่าเวลา ที่เราเจอรถบนท้องถนนที่ขับไม่เข้าหูเข้าตา คนส่วนใหญ่จะคิดว่ารถคันนั้น เป็นผู้หญิงขับแน่ๆ แต่ที่แท้จริงแล้วนั้น คนขับรถบนท้องถนนส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย และผลวิจัยของสถาบันต่างๆ พบว่าผู้ชายขับรถเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุมากว่าผู้หญิง

ผลวิจัยเผย! เบี้ยประกันรถยนต์ผู้ชาย แพงกว่าผู้หญิง สาเหตุมาจากอะไร ไปดูกัน!!

ในประเทศไทยพบว่า 60-70% ของอุบัติเหตุรถยนต์มักเกิดขึ้นกับผู้ชายที่เป็นผู้ขับขี่ รวมไปถึงผลวิจัยจากกระทรวงคมนาคมของสหรัฐอเมริกา ระหว่างปี 2543-2552 ว่าผู้ชายมีความถี่ในการเกิดอุบัติเหตุมากกว่าผู้หญิงถึง 18 ล้านครั้ง เพราะเหตุนี้การเกิดอุบัติเหตุมักเกิดขึ้นกับเพศชาย รวมไปถึงจำนวนการขับรถยนต์ส่วนใหญ่มักเป็นเพศชาย และเพราะเหตุผลซึ่งแบ่งเป็นหัวข้อง่ายๆ ดังนี้ที่ทำให้ผู้ชายเสียค่าเบี้ยประกันมากกว่าผู้หญิง

ประกันภัยรถยนต์

1.ความระมัดระวังเพศชายมีน้อยกว่าเพศหญิง

กล่าวคือสถิติทั่วโลก เพศชายขับรถเร็วกว่าเพศหญิง  ในขณะเดียวกันในรถส่วนใหญ่ของผู้หญิงมักจะมีลูกนั่งอยู่ด้วย เป็นเหตุให้ผู้หญิงขับรถช้าและมีเปอร์ดเซ็นต์การเกิดอุบัติเหตุน้อยลง

2.ประสาทสัมผัส

ผู้หญิงมีประสาทสัมผัสเรื่องการใด้ยินเสียงชัดเจนมากกว่าผู้ชาย 

3.กฏจราจร 

  • ผู้ชายคาดเข็มขัดนิรภัยน้อยก่าผู้หญิง
  • ใบขับขี่หมดอายุ ผู้ชายมักปล่อยปะละเลยให้ใบขับขี่หมดอายุมากกว่าผู้หญิง
  • เมาแล้วขับ เพศชายมักดื่มและขับรถในขณะที่มึนเมามากกว่าเพศหญิง

จะสังเกตุได้ว่าเพราะเหตุผลเหล่านี้ทำให้ผู้ชายต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันแพงกว่าผู้หญิง เพราะการใช้รถบนท้องถนนมักเป็นผู้ชายส่วนใหญ่ที่มักเกิดอุบัติเหตุมากกว่าผู้หญิง 

Read More
Print

รู้ยัง? เติมน้ำมันแบบไหน เหมาะสมกับเครื่องยนต์รถของคุณ

โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ เชื่อว่าหลายๆ คนที่ใช้รถอยู่บนท้องถนนกำลังสงสัยกันอยู่ว่าน้ำมันแบบไหนกันแน่ที่ดีต่อรถของเรา เพราะปัจจุบันมีน้ำมันหลากหลายแบบให้เราเลือก แถมยนตรกรรมสมัยใหม่ยังทำให้เราสามารถเลือกเติมน้ำมันได้หลากหลายแบบ วันนี้ โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ จะมาไขคำตอบให้ทุกคน

เติมน้ำมันรถแบบไหนเหมาะกับเครื่องยนต์

รู้ยัง? เติมน้ำมันแบบไหน เหมาะสมกับเครื่องยนต์รถของคุณ

น้ำมันเบนซิน 95 เป็นน้ำมันที่ไม่มีส่วนผสมของ เอทิลแอลกอฮอล์ชนิดเดียวที่ยังมีจำหน่ายอยู่ในขณะนี้ ให้ค่าออกเทนที่สูงที่สุด รถที่ใช้น้ำมันเบนซินทุกคันสามารถเติมได้ ให้การเผาไหม้ดีที่สุด กำลังเครื่องยนต์ดี ตอบสนองดี แต่มีราคาจำหน่ายสูงที่สุดด้วย

Toyota Camry facelift 2021

น้ำมันโซฮอลล์ 95  เป็นการนำน้ำมันเบนซินมาผสมกับเอทานอลหรือ เอทิลแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ 99.5% ในอัตราส่วน เบนซิน 9 ส่วนต่อเอทานอล 1 ส่วน โดยน้ำมันประเภทนี้จะใช้เบนซินออกเทน 91 จำนวน 9 ส่วน ผสมกับเอทานอล 1 ส่วน ก็จะได้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 น้ำมันชนิดนี้ต้องมีการระบุที่ตัวรถว่าสามารถใช้ได้หรือไม่ เพราะอาจเกิดความเสียหายกับระบบได้ไม่ว่าจะเป็นท่อยาง โอริงปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิง หรือหัวฉีดเกิดการรั่วได้ สมรรถนะการขับขี่ตอบสนองได้เร็วเทียบเท่ากับน้ำมันเบนซินออกเทน 95   ไม่เหมาะสำหรับรถที่มีการจอดทิ้งเอาไว้นานๆ เกินกว่า 1 เดือนขึ้นไป เพราะเกิดการระเหยของน้ำมันเชื้อเพลิงเกิดขึ้น และมีโอกาสที่น้ำมันจะเสียได้

เช็คสภาพรถก่อนเดินทาง

น้ำมันโซฮอลล์ 91 เช่นเดียวกันน้ำมันชนิดนี้เป็นการนำน้ำมันเบนซินมาผสมกับเอทานอลหรือเอทิลแอลกอฮอล์ ด้วยสูตรเดียวกันกันน้ำมันโซฮอลล์95 แต่เปลี่ยนมาใช้น้ำมันเบนซินออกเทน 88 จำนวน 9 ส่วน ผสมกับเอทานอล 1 ส่วน จะได้น้ำมันแก๊สโซฮอล์  91 น้ำมันชนิดนี้ หากรถที่ไม่มีระบุว่า สามารถใช้น้ำมันแก็สโซฮอลล์ ออกเทน 91  ได้ ก็ไม่สมควรที่จะใช้ เพราะจะเกิดการกัดกร่อนจากเอทิลแอลกอฮอล์ได้ แต่ข้อระบุการใช้นั้นหากรถสามารถเติมน้ำมันชนิดนี้ได้ ก็สามารถเติมน้ำมันเบนซิน 95 และน้ำมันโซฮอลล์ 95 ได้เช่นกัน

เติมน้ำมันรถแบบไหนเหมาะกับเครื่องยนต์

น้ำมันโซฮอลล์ E20 หรือเบนซิน E20 เป็นน้ำมันที่ได้จากการนำน้ำมันเบนซิน ผสมกับเอทานอลหรือ เอทิลแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นแอลกอฮอล์ บริสุทธิ์ 99.5% ในอัตราส่วน เบนซิน 80 ต่อเอทานอล 20 ได้เป็นน้ำมัน E20 ซึ่งมีค่าออกเทน 95  ซึ่งมีหลายรายที่นำน้ำมันชนิดนี้มาเติม โดยไม่รู้ว่าเครื่องยนต์ไม่สามารถรองรับได้ จึงเป็นสิ่งที่คุณควรต้องเช็คก่อนว่ารถยนต์รองรับได้หรือไม่ เนื่องจากเครื่องยนต์ที่สามารถใช้น้ำมันชนิดนี้ได้ ต้องมีการปรับอุปกรณ์ และปรับอัตราส่วนผสมให้เกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ หากรถที่ไม่ระบุคำว่า ใช้น้ำมันแก็สโซฮอลล์ E20  ได้ ห้ามนำมาเติมเด็ดขาด แต่ถ้าหากรถคุณมีระบุอย่างชัดเจนที่คุ่มือการใช้รถ หรือที่ฝาถังว่าสามารถใช้น้ำมันแก็สโซฮอลล์ E20 ได้ ก็สามารถเติมน้ำมันที่กล่าวมาข้างต้นได้หมด

toyota

น้ำมัน E85 น้ำมันชนิดนี้คือ มีการผสมน้ำมันเบนซินมาตรฐานเข้ากับเอทานอลในสัดส่วน น้ำมันเบนซินพื้นฐาน ผสมกับเอทานอลหรือ เอทิลแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นแอลกอฮอล์ บริสุทธิ์ 99.5% ในอัตราส่วนเบนซิน 15 เปอร์เซ็นต์ต่อเอทานอล  85 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ  น้ำมันชนิดนี้จึงถูกเรียกว่า “E85”  เช่นเดียวกันน้ำมันชนิดนี้จะต้องมีการระบุจากผู้ผลิตรถยนต์ว่าสามารถนำมาใช้ได้เพราะถ้านำมาใช้เกิดปัญหากับเครื่องยนต์แน่นอน แต่รถที่ระบุว่าสามารถใช้E85 ได้เติมน้ำมันทุกชนิดได้หมดเช่นกัน

เติมน้ำมันรถแบบไหนเหมาะกับเครื่องยนต์

ในส่วนข้อแนะนำการเติมน้ำมันนั้น ในกรณีที่คุณนั้นใช้รถเป็นประจำทุกวันสามารถเลือกใช้ได้ตามความชอบ เพราะรถทุกคันนั้นถูกออกแบบมาบนพื้นฐานเพื่อรองรับน้ำมันเบนซิน 95 อยู่แล้ว สมรรถนะจึงใกล้เคียงกันมาก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความประหยัดจากราคาจำหน่ายแล้วกัน โดยใน E20 กับE85 นั้น ประหยัดสุดตามราคาจำหน่ายแต่อย่าลืมดูว่ารถคุณนั้นรองรับได้หรือไม่ ในกรณีคนที่ไม่ได้ใช้รถเป็นประจำ เน้นจอดไม่แนะนำให้เติมน้ำมัน E20 กับE85 เพราะจะมีการระเหยเร็วกว่าน้ำมันประเภทอื่น เมื่อนำมาใช้อัตราสิ้นเปลืองจะสูงกว่าใช้น้ำมันชนิดอื่น

Read More
Print

Toyota Camry Facelift 2021 โฉบเฉี่ยว ดูสปอร์ตขึ้นกว่าเดิม

วันนี้ โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ จะพามาชม Toyota Camry Facelift 2021 ที่สุดแห่งความหรูหรา เหนือระดับอย่างลงตัว นับตั้งแต่ Toyota Camry เปิดตัวรุ่นแรกมาในปี 1982 รถยนต์รุ่นนี้ก็รับรางวัลมามากมาย และทำยอดขายกว่า 19 ล้านคัน คว้าตำแหน่งเป็นรถซีดานขนาดใหญ่ที่ขายดีที่สุดในโลก และแน่นอนว่าหลายๆ คนคงอยากรู้ว่า Toyota Camry Facelift 2021 จะมีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง เราลองมาชมกันเลย

Toyota Camry Facelift 2021 โฉบเฉี่ยว โดนใจ สปอร์ตขึ้นกว่าเดิม

เส้นสายโฉบเฉี่ยว สปอร์ต มากยิ่งขึ้นที่ภายนอก

ดีไซน์ภายนอก Toyota Camry Facelift มีการปรับเส้นสายให้ดูสปอร์ตและทันสมัยมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยกันชนด้านหน้าที่ได้รับการออกแบบใหม่ เพิ่มความเท่และกหรูหราในเวลาเดียวกันด้วย Mesh Radiator Black Grille ฝากระโปรงหน้าเพิ่มสันนูนตางกลาง ตามเทรนด์ของรถยนต์ยุคนี้

Toyota Camry facelift 2021

ดวงไฟหน้าใหม่ ไฉไลกว่าเดิม 

โคมไฟหน้าทรงเหลี่ยมข้าวหลามตัดแบ่งออกเป็นส่วนของ LED และโปรเจคเตอร์ โดยในรุ่น Hybrid จะมีโคมไฟ  Daytime Running Lights จะมีสีฟ้าออ่อนรวมทั้งไฟเลี้ยวและไฟตักหมอกแบบ LED สัญลักษณ์ของโตโยต้าด้านหน้าก็จะเป็นสีฟ้าด้วย

Toyota Camry facelift 2021

ช่องรับลม สวย คม เรียบหรู

ช่องรับลมที่ได้รับการออกแบบโฉมใหม่นั้น เป็นทรงสี่เหลี่ยมคางหมูคว่ำยืดกว้างออก ครีบระบายอากาศสีดำรับกับแนวโครเมียมที่มุมทั้งสองด้าน เส้นสายด้านข้างเน้นความเรียบหรู

Toyota Camry facelift 2021

ไฟท้ายใหม่ เส้นสายเล็กซัส

บอกได้เลยว่าความหรูหราของ Camry Facelift นั้นไม่ต่างอะไรกับรถหรูเล็กซัส ด้วยฝากระโปรงปลายเชิดเหมือนมีสปอยเลอร์ติดรถตลอดเวลา ไฟท้ายปรับใหม่ทรงหกเหลี่ยม ดูมีมิติมากขึ้น ไฟเบรกยาวมาถึงฝากระโปรงหลัง เพิ่มความหรูหราด้วย LED 

Toyota Camry facelift 2021

ล้อใหม่ ถูกใจวัยรุ่น

Toyota Camry Facelift มีล้ออัลลอย 2 ขนาดคือ 17 นิ้วและ 18 นิ้วที่ออกแบบใหม่ 10 ก้านรูปตัววี ท่อไอเสียปลายโครเมียมยังเป็นท่อเดี่ยว แต่เพิ่มดิฟฟิวเซอร์สีดำเล็ก เติมความเป็นสปอร์ตมากขึ้น

Toyota Camry facelift 2021

ภายในทันสมัย พร้อมฟังก์ชั่นเพิ่มความสะดวกสบาย

ดูภายนอกกันไปแล้ว มาดูภายในกันบ้างดีกว่าว่า Camry Facelift คันนี้มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง บอกเลยว่าจัดเต็มทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน ทั้งความบันเทิง ความปลอดภัย และความสะดวกสบาย

Toyota Camry facelift 2021 

พวงมาลัย รุ่นนี้เต็มไปด้วยปุ่มกดมากมาย เสมือนอาวุธลับที่จะมาทำให้การขับขี่ของคุณสนุก เร้าใจมากยิ่งขึ้น ที่ฝั่งซ้ายควบคุมระบบสื่อสารความบันเทิง ส่วนด้านขวาใช้เรียกดูข้อมูลรถและปุ่มระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ และติดตั้ง Paddle Shift ช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ได้ตามสั่งทุกช่วงความเร็ว หน้าจอมาตรวัดความเร็วยังเป็นจอ TFT ขนาด 7 นิ้วที่ใช้มาตรวัดแบบ Optitron พร้อมระบบแสดงข้อมูลการขับขี่ Head-Up Display ที่ฉายข้อมูลบนกระจกหน้าโดยไม่ต้องละสายตาเมื่อขับขี่

Toyota Camry facelift 2021

แดชบอร์ดคอนโซลยังคล้ายๆ เดิม คือแบบฟรีฟอร์มตรงกลาง แต่ความพิเศษของรุ่นนี้คือหน้าจอแบบอินโฟเทนเมนต์แบบลอยตัวขนาด 9 นิ้วที่ด้านบนสุด หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของจอลอย และต่อลงมาเป็นช่องแอร์และระบบควบคุมอุณหภูมิแบบดิจิตัลแยกอิสระ 3 โซน ซ้ายขวาและด้านหลัง พร้อมระบบกรองอากาศที่ยิงประจุไปจับอนุภาคแบบ Nanoe

Toyota Camry facelift 2021

ระบบความบันเทิงของ Toyota Camry facelift สามารถเชื่อต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านระบบ Android Auto ™ หรือ Apple CarPlay® และยังใช้งาน WiFi Connect เชื่อมต่อโดยใช้สัญญาณ 4G LTE ในห้องโดยสาร และเลือกใช้ลำโพง JBL 9 จุด พร้อมระบบเสียงรอบทิศทางที่มีวูปเฟอร์เพิ่มมิติเสียงสมจริง

Toyota Camry facelift 2021

ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ม่านที่ประตู และม่านกระจกหลังที่เลื่อนปิดเปิดด้วยไฟฟ้า พนักวางแขนด้านหลังติดตั้ง Capacitive Touch Controller แผงควบคุมหน้าจอสัมผัสที่ใช้สั่งการระบบอำนวยความสะดวกต่างๆ

Toyota Camry facelift 2021

ระบบความปลอดภัยแบบใหม่ที่รับรองด้วยมาตรฐานระดับโลก

  • ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Pre-Collision System) ที่จะเตือนรถเข้าใกล้รถคันหน้าและเบรคอัตโนมัติ
  • ระบบควบคุมและปรับความเร็วอัตโนมัติ (Dynamic Radar Cruise Control) ที่ช่วยรักษาระยะห่างระหว่างรถคันหน้าจนถึงจอดสนิท
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High Beams) ป้องกันแสงไฟรบกวนรถที่สวนมา
  • ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน (Lane Departure Alert with Steering Assist) ที่สั่นเตือนที่พวงมาลัยและหน่วงพวงมาลัยกลับมาเอง

ดูรถ Toyota Camry Facelift แบบละเอียดคลิ๊ก>> https://www.toyotanakornping.com/car-camry/

Read More
Print

พาไปดูตัวจริง! Toyota Altis GR Sport จาก Gazoo Racing team Thailand สวยแค่ไหนไปชมกัน!

สวัสดีจ้า!! วันนี้โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ จะมาพามาส่อง All New Toyota Altis GR Sport ที่จะใช้ลงสนามงาน Toyota Gazoo Racing Motor Sport 2021 จังหวัดเชียงใหม่ ที่มาพร้อมชุดแต่งพิเศษรอบคันไม่เหมือนใคร บอกได้คำเดียวเลยว่าสายซิ่งถูกใจอย่างแน่นอน!!

พาไปดูตัวจริง! Toyota Altis GR Sport จาก Gazoo Racing team Thailand สวยแค่ไหนไปชมกัน!

สำหรับ All New Toyota Altis GR Sport มาพร้อมชุดแต่งรอบคันที่สวยและไม่เหมือนใคร อัปเดตฟังก์ชั่น เพิ่ม มาตรวัด Optitron Meter with Information Display 7 นิ้ว, Cruise Control ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติพร้อม Head Up Display หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบสีบนหน้ากระจกรถ Wireless Charger แท่นชาร์จไฟแบบไร้สาย เครื่องยนต์เบนซินความจุ 1.8 ลิตร

toyota altis GR sport

toyota altis GR sport

toyota altis GR sport

toyota altis GR sport

รุ่น GR Sport 

  • Sport Leather Seats เบาะหนังคู่หน้าทรงสปอร์ตดีไซน์ตกแต่งสีแดง
  • Steering Switches ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและควบคุมจอแสดงข้อมูลการขับที่พวงมาลัย
  • Optition Meter with Multi Information Display 7 นี้
  • Wireless Charger
  • Cruise Control
  • Head Up Display
  • Push Start ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ Back Guide Monitor กล้องมองภาพขณะถอยหลัง
  • Gear SUPER CVT-i 7 Speed with Sequential Shift เกียร์อัตโนมัติ SUPER CVT-i 7 สปีด พร้อม Sequential Shift
  • Paddle Shift ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย 
  • Double Wishbone Suspension ช่วงล่างอิสระแบบปีกนกคู่ เพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่แต่ยังคงไว้ซึ่งการเกาะถนนได้อย่างดีเยี่ยม
  • Body Rigidty เพิ่มความมั่นคงของรถจากโครงสร้างเหล็กที่แข็งแรง พร้อมเพิ่มจำนวนจุดเชื่อมตัวรถ (Spot Welding) ช่วยรองรับแรงบิดที่มีต่อตัวถัง เพิ่มประสิทธิภาพในการทรงตัวและเกาะถนน

เป็นอย่างไรกันบ้าง กับ Toyota Altis GR Sport ที่วันนี้ โตโยต้านครพิงค์​ เชียงใหม่ เอามาฝากเพื่อนๆ ทุกคน บอกเลยว่าสวยบาดใจสุดๆ สำหรับใครที่อยากชมรถสวยๆ แบบนี้ สามารถไปเจอกันที่ได้งาน Toyota Gazoo Racing Motor Sport 2021 ณ สนามกีฬาสมโภช 700 ปี จังหวัดเชียงใหม่ และพบกับแคมเปญและโปรโมชั่นรถโตโยต้ามากมายได้ที่บูธของ โตโยต้า นครพิงค์ เชียงใหม่  

Read More
Print

5 สัญลักษณ์เตือนบนหน้าปัดรถยนต์ ที่เราต้องควรรู้ ก่อนที่รถของคุณจะพัง

สวัสดีค่ะ วันนี้ โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ กลับมาอีกแล้ว แต่วันนี้เราไม่มามือเปล่า เพราะเราเอาสาระน่ารู้ว่าฝากด้วย เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนเวลาขับรถจะเห็นสัญลักษณ์ต่างๆ ที่ขึ้นอยู่บนหน้าปัดรถยนต์ แต่น้อยคนที่จะรู้ถึงความหมายของสัญลักษณ์และตกใจเวลาเห็นสัญญาณไฟขึ้นเตือน วันนี้ โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ เลยเอาสาระดีๆ มาฝากกัน

5 สัญลักษณ์เตือนบนหน้าปัดรถยนต์ ที่เราต้องควรรู้

1.ไฟเตือนระบบเบรก

สัญญานไฟเตือนระบบเบรก ส่วนมากจะเกิดขึ้น 2 กรณีคือ 

  • การดึงเบรคมือ หรือลดเบรกมือไม่สุด ไฟเตือนนี้จะสว่างขึ้นมา 
  • ในกรณีที่ลดเบรกมือลงแล้ว ไฟเบรกที่หน้าปัดยังไม่ดับ อาจเกิดขึ้นเพราะระดับน้ำมันเบรกลดต่ำกว่าปกติ

2.ไฟเตือนระบบชาร์จ

ไฟเตือนระบบชาร์จ จะบอกการทำงานของไดชาร์จว่ามีความผิดปกติ หรือในกรณีที่ไม่จ่ายไฟฟ้าเข้าไปเก็บที่แบตเตอรี่ หรือมากกว่านั้นคือไม่มีการจ่ายไฟเข้าใช้งานในระบบรถยนต์ ดังนั้นหากไฟเตือนนี้สว่างขึ้นมาเราควรนำรถเข้าไปซ่อมไดชาร์จได้เลย

3.ไฟเตือนแรงดันน้ำมันเครื่อง

สัญญานไฟเตือนแรงดันน้ำมันเครื่อง โดยปกติแล้วจะดับลงเมื่อรถสตาร์ทเครื่องติดแล้วและไม่ควรสว่างขึ้นระหว่างรถยนต์ทำงาน ถ้าไฟเตือนเริ่มแสดงสัญลักษณ์กระพริบ แสดงว่าแรงดันน้ำมันเครื่องของรถเรานั้นเริ่มลดลง หรือสูงขึ้นเป็นช่วงจังหวะ

4.ไฟเตือนอุณหภูมิน้ำหล่อเย็นเครื่องยนต์สูง

ผู้ใช้รถโปรดจำไว้เลย ถ้าสัญลักษณ์นี้ติดขึ้นหน้าจอเมื่อไหร่ ให้เรารีบ หาที่จอดรถและดับเครื่องทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องยนต์พัง เพราะไฟนี้บ่งบอกว่ารถของคุณกำลังมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น ดังนั้นถ้ารถของเรามีอาการนี้ให้รีบหาสาเหตุทันที 

5.ไฟเตือนระบบล็อกล้ออัตโนมัติ

ถ้าในรถคันนั้นมีระบบเบรก ABS หากพบการทำงานผิดปกติ ไฟเตือนจะสว่างขึ้นมา ให้รีบนำรถเข้ารับการตรวจสอบทันทีครับ แต่ระบบเบรกยังสามารถใช้งานได้ปกติอยู่ เพียงแต่เมื่อมีการเบรกกะทันหัน ระบบ ABS อาจจะไม่ทำงานเท่านั้นเอง

เป็นอย่างไรกันบ้างกับสาระน่ารู้ที่วันนี้ โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ เอามาฝากเพื่อนๆ ทุกคน หวังว่าเพื่อนๆ จะได้รับประโยชน์จากบทความน้ี และนำไปปฏิบัติตาม เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อรถคันโปรดของท่าน 

Read More
Print

พาส่อง YARIS GUST Limited Edition สวย เท่! มีที่โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ เท่านั้น!!

วันนี้เราจะพามาส่อง YARIS GUST Limited Edition โตโยต้ายาริสรุ่นพิเศษที่ทางโตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ ที่เดียวเท่านั้น! พิเศษไปกับชุดแต่งสปอร์ตสุดเท่ ที่สายซิ่งต้องถูกใจอย่างแน่นอน และที่สำคัญดีไซน์สวย เท่ สปอร์ตลงตัว ขับไปที่ไหนใครๆ ก็ต้องเหลี่ยวมอง 

พาส่อง YARIS GUST Limited Edition สวย เท่! มีที่โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ เท่านั้น!!

วันนี้เราจะพามาส่อง YARIS GUST Limited Edition โตโยต้ายาริสรุ่นพิเศษที่ทาง โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ ที่เดียวเท่านั้น! พิเศษไปกับชุดแต่งสปอร์ตสุดเท่ ที่สายซิ่งต้องถูกใจอย่างแน่นอน และที่สำคัญดีไซน์สวย เท่ สปอร์ตลงตัว ขับไปที่ไหนใครๆ ก็ต้องเหลี่ยวมอง 

ชุดแต่ง  YARIS 𝙂𝙐𝙎𝙏 Limited Edition ประกอบด้วย

สเกิร์ตรอบคัน

พิเศษกับชุดแต่งจาก FORTEZZA ที่มาพร้อมกับความเท่ ตามสไตล์สายสปอร์ต และที่พิเศษกว่านั้นก็คือ ชุดแต่ง FORTEZZA ที่ติดแบบไม่ต้องเจาะตัวรถ เรียกได้ว่าไม่ต้องเป็นห่วงกลัวว่ารถจะเป็นลอยหรือเป็นรูเลยทีเดียว

yaris gust

สติ๊กเกอร์ตกแต่งด้านข้างและบนไฟหน้า

ล้ำสมัย โฉบเฉี่ยวขึ้นด้วย สติ๊กเกอร์ สีดำแดง เพิ่มความสปอร์ตเหนือระดับ โดดเด่นและไม่เหมือนใคร

yaris gust

yaris gust

สปอยเลอร์หลังคา

เพิ่มความสปอร์ตไปอีกขั้นด้วย สปอยเลอร์ บนหลังคา ที่ไม่ได้มีดีแค่ความเท่เท่านั้น แต่ยังช่วยให้การขับขี่สนุกและเร้าใจมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

yaris gust

*ราคาเงินผ่อนที่เพิ่ม 215 บาท/เดือน (ราคานี้ไม่รวมล้อแม็ก) คำนวณจากโปรแกรมเช่าซื้อปกติ YARIS ระยะเวลา 84 เดือน

  • ส่วนลดและของแถมครบครันจัดเต็ม!
  • สามารถแต่งเพิ่มได้
  • พร้อมให้คำปรึกษารถดัดแปลงทุกรูปแบบและสินเชื่อไฟแนนซ์ครบวงจร

โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ ทุกสาขา

โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ สำนักงานใหญ่ โทร 053 999 888 

โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ สาขาสันทราย โทร 053 999 666

โตโยต้า นครพิงค์ เชียงใหม่ สาขาลำพูน โทร 052 030 999

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ Toyota Yaris Gust รุ่นพิเศษจาก โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ ที่จับมือออกแบบกับชุดแต่ง Fortezza ที่เท่และทันสมัยสุดๆ ใครที่กำลังวางแพลนออกรถคันแรกอยู่ บอกเลยว่า Toyota Yaris Gust รุ่นพิเศษจาก โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจ