Read More
Print

RACE YOUR SPORTY AMBITION ชมคันจริง Toyota Altis GR Sport 2022 ได้แล้ว ที่ โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ (สำนักงานใหญ่)

สวัสดีเจ้า~ โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ ขอกราบสวัสดีงามๆ อีกครั้งวันนี้อีกเช่นเคยเราไม่ได้มามือเปล่า เพราะเราเอา Toyota Altis GR Sport 2022 มาฝากเพื่อนๆ บอกเลยว่างานนี้ เอาใจสายสปอร์ตไปแบบเต็มๆ อย่างแน่นอน ทั้งเพิ่มการตกแต่งและขับขี่สนุกเร้าใจมากยิ่งขึ้น

RACE YOUR SPORTY AMBITION...
ขีดสุดความเร้าใจ อะไรก็หยุดไม่ได้

altis GR Sportเปิดตัว Toyota Altis GR Sport 2022 อย่างเป็นทางการ กับ โคโรลล่า อัลติส GR Sport รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่ กับรุ่น HEV GR Sport ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ไฮบริด และรุ่น 1.8 GR Sport กับขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.8 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i 7 สปีดพร้อม Sequential Shift พร้อมสัมผัสของสมรรถนะในการขับขี่ที่เร้าใจกว่าที่เคย ด้วยช่วงล่างปรับจูนใหม่แบบสปอร์ต ประกอบด้วยชุดคอยล์สปริงและช็อคแอบซอร์บเบอร์ พร้อมเหล็กกันโคลงด้านหลังที่พัฒนาใหม่ มอบความรู้สึกในการขับขี่ที่หนักแน่น เกาะถนนดีเยี่ยม ควบคุมได้ตามใจสั่ง

altis GR Sport  altis GR Sportโคโรลล่า อัลติส GR Sport ออกแบบให้รองรับการขับขี่ตามหลักอากาศพลศาสตร์  กับแพ็กเกจชุด GR SPORT ประกอบด้วย กันชนหน้า, กระจังหน้า, ไฟตัดหมอกดีไซน์ใหม่, สเกิร์ตข้าง, สเกิร์ตหลัง, ล้ออัลลอย 17  นิ้วออกแบบใหม่โดยเฉพาะ พร้อมสัญลักษณ์ GR Sport บริเวณท้ายรถ ภายในสะท้อนความเป็น GR ด้วยการตกแต่งเบาะหนัง เดินตะเข็บด้ายสีแดง พนักพิงศีรษะและปุ่มกดสตาร์ทตกแต่งด้วยสัญลักษณ์ GR 

มาพร้อมกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ ช่องเสียบ USB แบบ Type C ในช่องเก็บของคอนโซลกลาง, หน้าจอ HUD แสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบสี, เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า พร้อมปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้า (Lumbar Support), ระบบ Illuminate entry system, ระบบแจ้งเตือนลมยาง TPMS

และ 3 สี พิเศษเฉพาะรุ่น ได้แก่ สีขาวมุก (Platinum White Pearl) สีแดง (Red Mica Metallic) และสีดำ (Attitude Black Mica) 

Toyota Altis GR Sport มีอะไรใหม่บ้าง

–    กันชนหน้าใหม่ GR Sport
–    กระจังหน้าใหม่ GR Sport
–    ไฟตัดหมอกดีไซน์ใหม่
–    กระจกมองข้างสีดำและสเกิร์ตข้าง GR Sport
–    สเกิร์ตหลัง GR Sport
–    ล้อแมกซ์ขนาด 17 นิ้ว GR Sport
–    สัญลักษณ์ GR Sport บริเวณประตูท้าย
ใหม่ ดีไซน์ภายใน…GR SPORT RACING INSIDE TO DRIVE YOUR FEELING 

altis GR Sport   altis GR Sport

ภายใน  ดีไซน์สปอร์ต ตอบสนองฟีลลิ่งเรซซิ่ง
–    Sport Seats with GR Logo เบาะหนังคู่หน้าแถบแดงดีไซน์สปอร์ตพร้อมโลโก้ GR
–    ปุ่ม Push Start พร้อมสัญลักษณ์ GR
–    Paddle Shift ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (*เฉพาะรุ่น 1.8 GR SPORT)

altis GR Sportaltis GR Sport

MORE COVENIENCE MORE COMFORT
–    Head Up Display หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบเปลี่ยนสีบนกระจกหน้ารถ
–    nanoe ระบบกรองอากาศภายในห้องโดยสารช่วยขจัดกลิ่นอับและยับยั้งเชื้อโรค
–    Auto Rain Sensor ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
–    Rear Sunshade ม่านบังแดดที่กระจกหลัง
–    Tire Pressure Monitoring System ระบบแจ้งเตือนเมื่อลมยางผิดปกติ
ใหม่ สมรรถนะการขับขี่…THE NEW EXCITEMENT TO PUSH THE LIMITS
–    Shock Absorber ดูดซับแรงสั่นสะเทือน เพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ให้สนุกยิ่งขึ้น
–    Coil Spring คอยล์สปริงปรับจูนใหม่ เพื่อการขับขี่ที่นุ่มนวล
–    Rear Bar Stabilizer ลดอาการโคลงของตัวรถขณะเข้าโค้ง ยึดเกาะถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

altis GR Sport

เครื่องยนต์ 2 ทางเลือกในรุ่น GR SPORT
–    HEV GR SPORT 
ประหยัดน้ำมันได้มากถึง 23.3 กม./ลิตร*  (*อ้างอิงจาก ECO Sticker)

เครื่องยนต์ 2ZR-FXE ขนาด 1.8 ลิตร พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าและเกียร์ E-CVT

–    1.8 GR SPORT

เครื่องยนต์เบนซิน 2ZR-FBE ขนาด 1.8 ลิตร และเกียร์อัตโนมัติ SUPER CVT-I 7 สปีด พร้อม Sequential Shift กำลังสูงสุด 140 PS 

TNGA ที่สุดแห่งการออกแบบยานยนต์เพิ่มประสิทธิภาพ ในการทรงตัว และเกาะถนนได้อย่างดีเยี่ยมให้คุณควบคุมได้อย่างมั่นใจ ก้าวสู่ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า

–    BODY RIGIDITY เพิ่มความมั่นคงจากโครงสร้างเหล็กที่แข็งแรงพร้อมเพิ่มจำนวนจุดเชื่อมตัวรถ (Spot Welding) ช่วยรองรับแรงบิดที่มีต่อตัวถัง เพิ่มประสิทธิภาพการทรงตัวและเกาะถนน 

–    GOOD HANDLING พวงมาลัยปรับจูนใหม่ ตอบสนองแม่นยำมากขึ้น เพื่อให้การควบคุมง่ายขึ้น เป็นไปอย่างมั่นใจ

–    LOWER CENTER OF GRAVITY ออกแบบให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ลดการโครงของตัวรถ ช่วยเรื่องการทรงตัวและเข้าโค้งได้ดีขึ้น

–    EXCELLENT VISIBILITY ออกแบบตัวรถให้เหมาะสมกับสรีระผู้ขับขี่ ช่วยเพิ่มทัศนวิสัย ลดจุดอับสายตา

–    DOUBLE WISHBONE SUSPENSION ช่วงล่างอิสระแบบปีกนกคู่ เพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่ แต่ยังคงไว้ซึ่งการเกาะถนนอย่างดีเยี่ยม

•    ระบบความปลอดภัย TOYOTA SAFETY SENSE

–    ALL-SPEED DYNAMIC RADAR CRUISE CONTROL WITH LANE TRACING ASSIST…ระบบ Dynamic Radar Cruise Control แบบ All-Speed ควบคุมและปรับลดระดับความเร็วได้ถึง 0 กม./ชม. และสามารถเร่งความเร็วกลับสู่ระดับที่ตั้งไว้เมื่อไม่มีรถขวางหน้า พร้อมระบบ Lane Tracing Assist ช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน

–    PRE-COLLISION SYSTEM…ระบบความปลอดภัยก่อนการชน

–    LANE DEPARTURE ALERT WITH STEERING ASSIST…ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงกลับอัตโนมัติ

–    AUTOMATIC HIGH BEAMS…ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ

สำหรับใครที่สนใจรถ Toyota Altis GR Sport สามารถเข้ามาชมได้ที่ โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ สาขาสำนักงานใหญ่ แม่เหียะ หรือสนใจจับจ้องเป็นเจ้าของก็มีรถพร้อมจอง

Read More

โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ ร่วมกับ มูลนิธิบัญชาเมฆ และจิตอาสา ร่วมกันทำความดีแก่พี่น้องบนดอย ณ บ้านป่าข้าวหลาม อ.แม่แตง

เมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา บริษัท โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ ร่วมด้วยมูลนิธิบัญชาเมฆ เดินทางทำความดี ส่งมอบสิ่งของให้น้องๆ และชาวบ้านที่บ้านป่าไม้แดง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ ร่วมกับ มูลนิธีบัญชาเมฆ และจิตอาสา ร่วมกันทำความดี แก่พี่น้องบนดอย อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

คุณ บัวขาว บัญชาเมฆ ในฐานะประธานมูลนิธิบัญชาเมฆ ได้มีโครงการจิตอาสาทำความดี ร่วมกับ ครูบี ปารวี โมรา ครูอาสา ในพื้นที่ .แม่แตง และทางบริษัท โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ เห็นชอบในกิจกรรมช่วยเหลือสังคม สร้างสรรค์สังคมให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น จึงร่วมกิจกรรมส่งความสุข สร้างรอยยิ้ม ปันน้ำใจครั้งนี้ด้วย โรงเรียนตำรวจตะเวนชายแดนไลออนส์มหาจักร 8 บ้านป่าข้าวหลาม .แม่แตง .เชียงใหม่ 

นอกจากนี้แล้ว ยังมีบริษัท เอ็นแอลพีเอส จำกัด ที่ร่วมบริจาค ยาและเวชภัณฑ์ให้แก่คนในพื้นที่อีกด้วย 

และยังร่วมสร้างสรรค์รอยยิ้มให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่กับ CAMERONBALLOONS .NL ทีมบอลลูนระดับประเทศ ที่นำเอาบอลลูนขนาดใหญ่มาขึ้นโชว์และให้น้องๆ ในพื้นที่ได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ

นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ยังได้รับการสนับสนุนจากบริษัทต่างๆ ที่ร่วมบริจาคมาจากทั่วประเทศทั้ง กระเป๋าพร้อมของใช้ ไฟฟ้าโซลาเซลล์ น้ำดื่ม ยารักษาโรค 

บริษัทโตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมทำความดีและมีจิตอาสาให้แก่พี่น้องชาวเชียงใหม่ ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ห่างไกล และที่สำคัญบริษัท โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ จะสร้างสรรค์สังคมให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้นต่อไป

Read More
Print

Toyota สุดล้ำ! เตรียมเปิดตัว EV ใหม่ 30 รุ่น ภายใน 9 ปี

สวัสดีเจ้า~ เมื่อก่อนเราคงเคยคิดกันเล่นๆ ว่าถ้ารถของเราไม่ใช้น้ำมันแต่เปลี่ยนมาเป็นการชาร์จไฟฟ้าก็คงจะดี และปี 2022 โตโยต้า มอเตอร์ (ประเทศญี่ปุ่น) ก็ได้ประกาศชัดแล้วว่าจะผลิตรถยนต์ไฟฟ้ากว่า 30 รุ่น ภายในปี 2030 ซึ่งหมายถึงว่าภายในช่วง 10 ปีที่จะถึงนี้ จะมี่รถไฟฟ้าวิ่งเต็มถนนอย่างแน่นอน

Toyota สุดล้ำ! เตรียมเปิดตัว EV ใหม่ 30 รุ่น ภายใน 9 ปี

โตโยต้า มอเตอร์ คอปอเรชั่น (ประเทศญี่ปุ่น) แถลงกลยุทธ์และแผนการตลาดที่จะพัฒนาโตโยต้าไปสู่ยนตกรรมไฟฟ้า โดยมีการนำรถออกมาโชวกว่า 16 รุ่น มีทั้ง รถซีดาน, รถเอสยูวี, รถหรู, รถเล็ก, รถอเนกประสงค์เอ็มพีวี และ รถปิกอัพ ซึ่งภายในปี 2030 จะมีรถไฟฟ้าออกมากว่า 30 รุ่น

โตโยต้าเปิดตัวรถไฟฟ้า

ทั้งนี้ยังตั้งเป้าหมาย และสัดส่วนการจำหน่ายรถยนต์ EV ไว้ที่ 3.5 ล้านคันต่อปี หรือประมาน 35% ขอยอดขายต่อปีของโตโยต้า ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 10 ล้านคันต่อปี

โดยในอนาคตมีความตั้งใจให้ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของรถยต์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น รวมถึงกำลังพัฒนา และผลิตแบตเตอรี่ ในรูปแบบโซลิดสเตทด้วย ซึ่งสอดคล้องกับแผนการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ (Carbon neutrality) ของ Toyota

มาดูกันดีกว่าว่า Toyota เค้าออกโมเดลรถ EV ในอนาคตแบบไหนมาให้เราดูบ้าง

โตโยต้าเปิดตัวรถไฟฟ้า

โตโยต้าเปิดตัวรถไฟฟ้า

โตโยต้าเปิดตัวรถไฟฟ้า

โตโยต้าเปิดตัวรถไฟฟ้า

โตโยต้าเปิดตัวรถไฟฟ้า

โตโยต้าเปิดตัวรถไฟฟ้า

เป็นอย่างไรกันบ้างกับยนตกรรมไฟฟ้าจากโตโยต้า ที่ภายภายใน 9 ปีนี้ โตโยต้าเร่งผลักดันรถไฟฟ้าสู่ท้องถนน และที่น่าตื่นเต้นกว่านั้นคือ เราจะได้เห็นเทคโนโลยีต่างๆ จากโตโยต้าอีกมากมายที่จะมาเพื่อตอบสนองความต้องการต่อมนุษย์มากยิ่งขึ้น 

Read More
Print

ทำไมรถ Toyota ถึงได้ขึ้นชื่อว่าทนกว่าแบรนด์อื่น? และมีความคุ้มค่ามากขนาดไหน

สวัสดีเจ้า~ เพื่อนๆ เคยสงสัยกันไหมว่ารถตลาดในเมืองไทยที่เป็นรถญี่ปุ่นมีหลากหลายยี่ห้อให้เลือกสรรตามความชอบและความเหมาะสม แต่สำหรับ Toyota นั้น เป็นแบรนด์ชั้นนำที่อยู่คู่กับคนไทยมามากกว่า 60 ปี เราลองมาดูกันเลยว่า ทำไมรถ Toyota ถึงทนกว่าแบรนด์อื่นๆ และทำไมคนไทยยังไว้ใจโตโยต้า

ทำไมรถ Toyota ถึงได้ขึ้นชื่อว่าทนกว่าแบรนด์อื่น? และมีความคุ้มค่ามากขนาดไหน

ถ้าหากพูดถึงรถโตโยต้าในเมืองไทย หลายคนอาจมองว่าไม่มีอะไรหวือหวา หรือออกแนวไปทางน่าเบื่อเลยด้วยซ้ำ แต่รู้หรือไม่ จุดเด่นที่ทำให้โตโยต้าอยู่กับคนไทยตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน คือความทนทานของตัวรถนี่ล่ะ 

และความทนทานและความคุ้มค่าดังกล่าว ทำให้โตโยต้าก้าวขึ้นเป็นค่ายรถอันดับ 1 ของโลกด้านยอดขาย และมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ส่วนความทนทานของโตโยต้านั้น มี 3 หัวข้อหลักๆ ดังนี้

toyota ทนกว่าแบรนด์อื่น

1. แนวคิดการสร้างรถแบบ “Jidoka”

Toyota นั้นจะมีระบบการผลิตที่พวกเขาสร้างขึ้นมาเองเรียกว่า Toyota Production System : TPS และหนึ่งในหลักการหัวข้อใหญ่ๆ ใน TPS นั้นจะมีหลักการที่พูดถึงการจัดการเวลา ที่ทำให้รถถูกผลิตได้เร็วขึ้น และอีกหลังคือ Jidoka ที่ส่งผลให้รถของ Toyota มีความทนทาน 

Jidoka แปลจากภาษาญี่ปุ่นได้ว่า ระบบอัตโนมัติที่มนุษย์เป็นผู้สัมผัสหลักการนี้คือการที่เหล่าวิศวกรของ Toyota ต้องเริ่ม ทำด้วยมือ ก่อน ทั้งการออกแบบชิ้นส่วนในรถ ที่ต้องออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้มั่นใจว่ามันจะต้องผ่านมาตรฐานที่วางเอาไว้

และเมื่อนำมาใช้ร่วมกับชิ้นส่วนอื่น ก็ต้องแน่ใจว่ามันจะทำงานได้มีประสิทธิภาพที่สุด ซึ่งก็ส่งผลให้รถมีความทนทานนั่นเอง และตัววิศวกรผู้ออกแบบ ก็จะมีความเข้าใจในระดับสูงสุดถึงชิ้นส่วนต่างๆ ที่ตัวเองออกแบบขึ้นมาอีกด้วย

นั่นทำให้เราเห็น ได้ว่ารถของ Toyota มักจะใช้อะไหล่ร่วมกันได้หลายรุ่น รวมถึงมีรถหลายรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์บล็อกเดียวกัน เพราะพวกเขามั่นใจแล้วว่าเชื่อใจได้ (และส่งผลทำให้รถ Toyota อะไหล่หาได้ง่าย และในบางรุ่น รถจะมีค่าบำรุงรักษาที่ต่ำกว่ารถรุ่นอื่น) 

ซึ่งต่อมาก็จะเป็นการนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์มาทำงานแทน ในสิ่งที่ถูกออกแบบไว้แล้ว ว่าหากทำตามนี้ รถก็จะถูกสร้างขึ้นโดยไม่มีจุดติดขัด ตามความหมายของ Jidoka ระบบอัตโนมัติที่มนุษย์เป็นผู้สัมผัสนั่นเอง

toyota ทนกว่าแบรนด์อื่น

2. ต่อยอด Jidoka ด้วยแนวคิด “Kaizen”

หลังจากรถขึ้นสายการผลิตด้วยแนวคิด Jidoka แล้ว แนวคิดต่อไปที่ถูกนำมาใช้คือ Kaizen ที่แปลว่าพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ เปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่าแนวคิดนี้จะเปิดโอกาสให้พนักงานที่คุมสายการผลิต สามารถตัดสินใจหยุดสายการผลิตลงได้ หากพบปัญหาขึ้นระหว่างการผลิตโดย Toyota จะปลูกฝังแนวคิดให้คนคุมสายการผลิตของพวกเขาเอาไว้ว่า การหยุดสายการผลิตไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย

เพราะอะไร? เพราะถ้ามีปัญหาเกิดขึ้น สิ่งที่สำคัญกว่าก็คือจะต้องหาทางแก้ไขไปถึงต้นตอให้ได้!!

นี่เป็นจุดที่ทำให้ Toyota ต่างจากค่ายรถอื่นๆ ที่บางครั้งต้องรีบทำยอดผลิตรถให้ตรงตามเส้นตายที่กำหนดเอาไว้ ส่งผลทำให้จำนวนของรถที่เกิดข้อบกพร่องหลุดออกไปในจำนวนมากกว่าและเมื่อแก้ปัญหาได้แล้ว ก็จะปรับเปลี่ยนวิธีการผลิต เพื่อไม่ให้ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้น สร้างมาตรฐานใหม่ขึ้นมา

การปรับปรุงเล็กๆ น้อยๆ ของรถ Toyota จึงเกิดขึ้นอยู่เสมอ โดยให้พนักงานนำเสนอความคิดใหม่ๆ เข้ามา และเอามาประชุมกัน ถ้าเห็นว่าได้ผลก็จะนำมาใช้เป็นมาตรฐานเลย นี่จึงทำให้การผลิตพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องนั่นเอง

ถึงแม้ว่าหลักการ Kaizen อาจจะต้องทำให้สายการผลิตหยุดและช้าลงในช่วงเวลานั้น แต่ประโยชน์ที่ได้กลับมาก็ส่งผลคุ้มค่าในระยะยาว

เช่น การลดโอกาสที่ต้องเรียกคืนรถทั้งล็อตมาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างผลิต รวมถึงการได้ภาพลักษณ์ของบริษัทรถที่เชื่อใจได้เหมือนอย่างที่พวกเขาเป็นในปัจจุบัน

toyota ทนกว่าแบรนด์อื่น

3. การใช้งาน มาก่อนความเร็ว” 

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า รถของ Toyota เน้นการใช้งานเป็นหลัก ส่วนเรื่องความเร็ว (หรือกระทั่งความสวยงาม)เป็นปัจจัยที่รองลงมา

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด จากการทำตลาดในไทย ก็คือรถบ้านในพิกัด B-Segment อย่าง Yaris, Yaris ATIV เป็นรถที่ไม่ได้มีความหวือหวานักในขณะที่คู่แข่งอย่าง Honda หรือ Nissan ทำตลาดด้วยรถเครื่องเทอร์โบจัดเต็ม

แต่รถ Toyota ก็ยังขายดีเป็นลำดับต้นๆ อยู่ตลอด นั่นเป็นเพราะลูกค้าหลายคนก็ไม่ได้ต้องการความหวือหวา แต่มั่นใจในชื่อของ Toyota

และไม่ใช่แค่รถบ้านเท่านั้น แต่รวมไปถึงไลน์อัพรถสปอร์ตที่ขับสนุกชื่อดังในอดีต ทั้ง AE86, MR2 และ Celica ก็ไม่ได้เร็วแรงที่สุดเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

แม้แต่ Toyota Supra เจน 4 ที่มีภาพลักษณ์เร็วแรงที่สุดของ Toyota เอง ตอนออกมาจากโรงงาน ก็ไม่ใช่รถที่ทำประสิทธิภาพได้ดีนัก ตอนที่ออกมาจากโรงงานโดยยังไม่ผ่านการปรับแต่ง

รวมไปถึงรถหรูอย่าง Lexus  ที่ส่วนมากจะมีประสิทธิภาพด้อยกว่าแบรนด์หรูสัญชาติเยอรมนีอยู่บ้างเล็กน้อยถึงปานกลาง

เพราะพวกเขารู้ว่า ลูกค้าส่วนมากที่ซื้อรถต้องการสิ่งที่ Toyota มอบให้ นั่นคือความทนทาน ไม่จุกจิก ไม่กวนใจ และมีค่าบำรุงรักษาที่ถูกกว่าแบรนด์อื่นๆ ในระยะยาวนั่นเอง

toyota ทนกว่าแบรนด์อื่น

เพราะความใส่ใจถึงเรื่องความคุ้มค่าและความทนทานนั่นเอง ที่ทำให้โตโยต้าครองใจผู้ใช้รถมาอย่างยาวนาน และที่สำคัญโตโยต้าไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ให้ตอบโจทย์การใช้งานเพื่อบรรเทาอุบัติเหตุและตอบสนองความสะดวกสบาย

Read More
Print

TOYOTA SAFETY SENSE คืออะไร? ตอบโจทย์การขับขี่อย่างปลอดภัยได้อย่างไร

สวัสดีเจ้า~ วันนี้กลับมาพบกับ โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ กันอีกแล้ว วันนี้เราไม่ได้มามือเปล่าอีกเช่นเคยเพราะเราเอา สุดยอดเทคโนโลยีจากโตโยต้าที่เรียกกันว่า TOYOTA SAFETY SENSE  มาฝากเพื่อนๆ ทุกคนให้ได้รู้จักกัน บอกเลยว่า โตโยต้ายังเน้นพัฒนาเทคโนโลยียานยนตืมาเพื่อให้ทุกคนขับขี่อย่างปลอดภัยมาขึ้น ลองตามมาดูกันเลยว่าจะมีอะไรบ้าง

TOYOTA SAFETY SENSE คืออะไร? ตอบโจทย์การขับขี่อย่างปลอดภัยได้อย่างไร

อะไรคือ TOYOTA SAFETY SENSE ?

TOYOTA SAFETY SENSE คือเทคโนโลยีความปลอดภัยเจเนอร์เรชั่นที่ 2 แล้ว เปิดตัวไปเมื่อเดือนมกราคม ปี 2018 โดยได้พัฒนาการตรวจจับและการทำงานให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น มุ่งเน้นไปที่การบรรเทาอุบัติเหตุจากการจราจรที่อาจก่อให้เกิดการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

เทคโนโลยี TOYOTA SAFETY SENSE ประกอบไปด้วย

  • LANE DEPARTURE ALERT ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ อีกขั้นของความล้ำหน้า เมื่อคุณขับรถออกนอกช่องทางโดยไม่เปิดไฟเลี้ยวหรือเบี่ยงออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนที่หน้าจอ MID และพวงมาลัยจะทำการหน่วงกลับอัตโนมัติ  TOYOTA SAFETY SENSE
  • PRE – COLLISION SYSTEM ระบบความปลอดภัยก่อนการชน เรดาร์จะตรวจจับรถที่อยู่ด้านหน้า พร้อมทำการส่งสัญญาณเตือนและช่วยเบรกเพื่อลดโอกาสและความรุนแรงเมื่อเกิดอุบัติเหตุTOYOTA SAFETY SENSE
  • DYNAMIC RADAR CRUISE CONTROL ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ควบคุมความเร็วรถให้คงที่ พร้อมตรวจจับรถที่อยู่ด้านหน้าด้วยเรดาร์และลดความเร็วอัตโนมัติ เพื่อรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยและเร่งความเร็วกลับสู่ระดับที่ตั้งไว้อัตโนมัติ เมื่อไม่มีรถขวางข้างหน้า เพิ่มความสบายยิ่งขึ้น เมื่อขับรถทางไกล

TOYOTA SAFETY SENSE

  • AUTOMATIC HIGH BEAMS ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัต ระบบจะปรับลดไฟสูงให้เป็นต่ำอัตโนมัติ เมื่อตรวจจับได้ว่ามีรถสวนทางหรือมีรถด้านหน้า เพื่อไม่ให้แสงไฟแยงตารถร่วมทางและปรับเป็นไฟสูงอัตโนมัติเมื่อขับขี่ในที่มืดTOYOTA SAFETY SENSE

TOYOTA SAFETY SENSE มีในรถรุ่นใดบ้าง

1.Camry  >>คลิ๊กเพื่อชมรถ

2.All New Corolla ALTIS >>คลิ๊กเพื่อชมรถ

3.MAJESTY >>คลิ๊กเพื่อชมรถ

4.C-HR >>คลิ๊กเพื่อชมรถ

TOYOTA SAFETY SENSE

Read More
Print

TNGA ในรถโตโยต้า คืออะไร? และมีประโยชน์อย่างไรต่อผู้ขับขี่

โตโยต้า ผู้นำแห่งยนตรกรรมระดับโลก ได้มีการเปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ TNGA หรือ Toyata New Global Architecture ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมยานยนต์แห่งโลกอนาคต ที่จะเข้ามาเปลี่ยนความรู้สึกของการขับขี่อย่างแท้จริง

TNGA

TNGA ในรถโตโยต้า คืออะไร? และมีประโยชน์อย่างไรต่อผู้ขับขี่

TNGA หรือ Toyota New Global Architecture คืออะไร?

TNGA คือ สถาปัตยกรรมโครงสร้างยานยนต์ใหม่ ที่เป็นโครงสร้างสำเร็จรูปที่ประกอบไปด้วย พื้นตัวถังส่วนห้องเครื่องยนต์ พื้นตัวถังห้องโดยสาร พื้นตัวถังห้องสัมภาระ ชุดระบบส่งกำลัง และระบบไฟฟ้าที่สามารถใช้งานร่วมกันได้

TNGA

สิ่งที่ผู้ใช้จะได้รับจากโครงสร้าง TNGA คือ

            –เราจะได้ใช้รถยนต์ที่มีโครงสร้างแพลตฟอร์มที่มีน้ำหนักเบา แต่แข็งแรง มีความปลอดภัยสูง และใช้เป็นโครงสร้างมาตรฐานสากลที่เหมือนกันทั่วทั้งโลก เท่ากับว่า TNGA จะทำให้เราได้ใช้รถยนต์โตโยต้าสเปคเดียวกันเหมือนกับที่อเมริกาและในยุโรป

           –การออกแบบภายนอก TNGA ได้พัฒนาประสิทธิภาพให้ง่ายต่อการออกแบบมากขึ้น พูดง่ายๆ ก็คือแพลตฟอร์ม TNGA สามารถออกแบบรถได้อย่างอิสระ แบบไม่มีข้อจำกัด ส่งผลให้รถยนต์ที่ใช้แพลตฟอร์มใหม่ TNGA มีเทคโนโลยีการออกแบบที่ล้ำสมัย โฉบเฉี่ยว สวยงาม อย่างสมบูรณ์แบบ

          –ประสิทธิภาพภายในของ TNGA เน้นการออกแบบให้ผู้ขับขี่มีความปลอดภัย คล่องตัว โดยพื้นตัวถัง TNGA ทนต่อการบิดตัวสูงกว่า C-Platform แบบดั้งเดิมถึง 65%

          –TNGA ออกแบบให้ตัวรถมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ดังนั้นรถรุ่นใหม่ที่สร้างจาก TNGA จะมีสัดส่วนที่ดูโหลดลง ช่วยลดอาการโคลงของตัวรถ เพิ่มความมั่นคงของรถจากโครงสร้างเหล็กที่แข็งแรง พร้อมเพิ่มจำนวนจุดเชื่อมตัวรถ (Spot Welding) ช่วยรองรับแรงบิดที่มีต่อตัวถัง

          –เพิ่มประสิทธิภาพในการทรงตัวและเกาะถนนได้ดีขึ้นอย่างสัมผัสได้ โดยเฉพาะเมื่อขับขี่เร็ว และช่วงทางโค้ง จะช่วยลดการโยนตัว ทำให้มีความคล่องแคล่ว คล่องตัว เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับผู้ขับขี่

TNGA

TNGAจุดเด่นของโครงสร้าง TNGA

TNGA ออกแบบตัวถังห้องโดยสารให้เหมาะกับสรีระของผู้ขับขี่ กระจกหน้ารถต่ำที่ต่ำยิ่งขึ้น และเสา A ที่บางลง ช่วยให้วิสัยทัศน์แห่งการขับขี่ที่กว้างขึ้น ด้วยมุมมองที่โล่ง โปร่ง ลดจุดอับสายตา ไม่มีอะไรมาบดบังสายตาของผู้ขับขี่ ทำให้รู้สึกมั่นใจในขณะที่ขับขี่

TNGA มาพร้อมกับการออกแบบช่วงล่างแบบใหม่ จึงช่วยในเรื่องของความนุ่มนวลในการขับขี่ และการนั่งโดยสาร ช่วยลดทอนแรงกระแทกด้วยระบบกันสะเทือนอิสระแบบปีกนกคู่ ซึ่งมีหลักการทำงานอย่างอิสระของล้อทางด้านซ้ายและขวา

TNGA

ปัจจุบันมีโครงสร้าง  TNGA ในรถโตโยต้ารุ่นไหนบ้าง?

1.Camry 

2.All New Corolla ALTIS

3.All New Corolla Cross

4.C-HR